ลักษณะทั่วไป      

 มะเขือเทศมีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศเม็กซิโก  มะเขือเทศสามารถขึ้นได้กับดินแทบทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนที่มีความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของดินในช่วง 6.0-6.8 และความชื้นของดินพอเหมาะ ต้องการแสงแดดเต็มที่ตลอดวัน ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญเติบโต ระหว่าง 21-24 องศาเซลเซียสเป็นพืชล้มลุกอายุเพียง 1 ปี

มะเขือเทศเป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นพุ่มเตี้ยๆ ผลมีลักษณะกลมรี บางพันธุ์ผลหยักเป็นร่อง 5-6 ร่อง พาดจากขั้วถึงก้นผล  บางพันธุ์ผลใหญ่  บางพันธุ์ผลเล็ก ผิวผลบางเรียบลื่นเป็นมัน ผลดิบสีเขียวเหนือแข็ง ผลแก่สีเหลือง แดง ชมพู เนื้อนิ่มชุมน้ำ เมื่อสุกมากเนื้อจะเละ มะเขือเทสส่วนใหญ่จะนำมากินเป็นผลไม้ หรือนำมาใส่ในน้ำซุป (ผักผล.ระพีพรรณ.2544 )

  อนุกรมวิธาน

                ชื่อสามัญ/ชื่ออังกฤษ     Tomato
                ชื่อวิทยาศาสตร์    Lycopersicon esculuentum Mill.
                วงศ์     Solanaceae
                ชื่ออื่น/ชื่อถิ่น    มะเขือ (ทั่วไป) มะเขือส้ม (ภาคเหนือ) ตรอบ (สุรินทร์) น้ำเนอ (เชียงใหม่)
ตีรอบ (เขมร) ฮวงเกีย (จีน) (ผักพื้นบ้านภาคกลาง.กัญจนา.2542)

 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์มะเขือเทศมีจำนวนโครโมโซมเท่ากับ 2n=24 เป็นพืชผสมตัวเองตามธรรมชาติและมีการผสมข้าม 2-5 เปอร์เซ็นต์ ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ประกอบด้วยส่วนของเกสรตัวเมียคือ รังไข่ และก้านชูเกสรตัวเมีย ส่วนของเกสรตัวผู้ประกอบด้วยอับละอองเกสรตัวผู้ 5-10 อัน ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย เรียกว่า anther cap หรือ anther cone ซึ่งอยู่ล้อมรอบส่วนของเกสรตัวเมีย โดยปกติก้านชุเกสรตัวเมียสั้นกว่าอับละอองเกสรตัวผู้ดั้งนั้นเมื่อละอองเกสรตัวผู้พร้อมที่จะผสมเกสรส่วนของละออง       เกสรตัวผู้จะฟุ้งกระจายอยู่ภายใน anther cap และตกลงบนเกสรตัวเมีย ทำให้มีการผสมตัวเองสูง แต่ในสภาพอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์สูง อาจพบส่วนของ ก้านชูเกสร ตัวเมียยาวโผล่พ้นอับละอองเกสร ตัวผู้ออกมา ทำให้มีอัตราการผสมข้ามสูงขึ้น  พันธุ์ทนร้อนและชื้นมักพบ ลักษณะนี้และมีการผสมข้ามสูง กลีบดอกและกลีบเลี้ยงมี 5-7 กลีบ และมีสีเหลืองล้อมรอบส่วนของเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียมะเขือเทศออกดอกเป็นช่อแบบ raceme ช่อดอกเจริญจากบริเวณข้อ หรือระหว่างข้อ ช่อดอกมีดอกย่อย 4-50 ดอก ผลเป็นแบบ berry ประกอบด้วยช่องว่างภายในผล2-25 ช่อง ปกติมักมี 2-9 ช่องผลมีรูปร่างแตกต่างกัน สีผลมีสีแดง ส้มและเหลือง

(การผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก.จานุลักษณ์.2541)

 

                ลำต้น    ตั้งตรง มีลักษณะ  เป็นไม้พุ่มเตี้ยกึ่งเลื้อย ความสูง 50-150 ซม. แตกกิ่งก้านมาก ลำต้นสีเขียว มีขนนุ่มปกคลุม และมีเมือกเหนียวมือ

 

                ใบ   เป็นใบประกอบ ออกสลับกัน ใบย่อยมีขนาดไม่เท่ากัน บางใบเล็กรียาว บางใบกลมใหญ่ ปลายใบแหลม ขอบใบเป็นหยักลึกคล้ายฟันเลื่อยมีขนอ่อน ๆ บริเวณซอกใบ   ก้านใบยาว 3-5 ซม. มีใบย่อย 5-9 ซม. ใบย่อยรูปสามเหลี่ยม ขอบใบจัก แผ่นใบขรุขระเล็กน้อย มีขนนุ่มปก คลุมสีเขียวเข้ม ขนาดใบย่อยกว้าง2-4 ซม. ยาว 3-6 ซม

 

                ดอก ดอกเกิดเป็นช่อบนลำต้นระหว่างข้อ ดอกมีกลีบเลี้ยงสีเขียว 5-10 กลีบ มีกลีบดอก 5กลีบ สีเหลือง รูปร่างคล้ายหอกเชื่อมติดกันที่โคน เมื่อดอกบานกลีบเลี้ยงและกลีบดอกจะโค้งออก กลีบเลี้ยงตอนแรกจะสั้นกว่ากลีบดอก แต่จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อผลแก่มีเกสรตัวผู้ 5 อัน ประกอบด้วยอับเรณูใหญ่และก้านอับเรณูสั้น อยู่รอบเกสรตัวเมีย

 

                ผล เป็นผลเดี่ยว รูปทรงของรูปผลมีตั้งกลมจนถึงรี มีขนาดรูปร่างและสีต่างกัน ซึ่งมีขนาดเล็กประมาณ 3 เซนติเมตร จนถึงใหญ่ประมาณ 10 เซนติเมตร รูปร่างมีทั้งกลม กลมแบน หรือกลมรี ผิวนอกลีบเป็นมัน สีของผลจะขึ้นอยู่กับเม็ดสี 2 ชนิด คือ ไลโคปีน(Lycopene) ซึ่งทำให้เกิดสีแดงและแคโรทีน(Carotene) ทำให้เกิดสีเหลืองแดง ส้ม และสีน้ำตาลอ่อน  เนื้อภายในฉ่ำด้วยน้ำมีรสเปรี้ยว ภายในมีเมล็ดเรียง ตัวเป็นช่อง ๆ และมีเมือกวุ้นห่อหุ้มเมล็ด

 

                เมล็ด รูปค่อนข้างกลมแบนสีน้ำตาลอ่อน ขนาด 0.2-0.5 ซม. มีขนสั้น ๆ โดยรอบมีเป็นจำนวนมาก มะเขือเทศมีหลายพันธ์ เช่นพันธุ์สีดา พันธุ์โรมา เรด เพียร์ เป็นต้น

                 ราก มะเขือเทศมีระบบรากเป็นแบบรากแก้ว มีรากแขนงเจริญไปตามแนวนอนไปได้ไกลถึง 60 เซนติเมตร และสามารถเจริญในแนวดิ่งได้ลึกประมาณ 100-120 เซนติเมตร อีกทั้งยังสามารถเกิดรากได้ทั่วๆไปตามลำต้นที่สัมผัสกับผิวดิน ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของมะเขือเทศที่มา http://www.healthnet.in.th/text/forum2/juice/juice048.htm