ระบำลพบุรี

เป็นระบำชุดที่ 3 ในระบำโบราณคดี 5 ชุด ที่นายมนตรี ตราโมท
ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทยและศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้แต่งทำนองเพลงจากสำเนียงเขมร
นางลมุล ยมะคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทยและนางเฉลย ศุขะวณิช
ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทยและศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำ โดย
เลียนแบบลีลา ท่าทาง ของประติมากรรมและภาพสลักที่ปรากฏบนทับหลังและ
หน้าบันของปราสาทหินพิมาย ปราสาทพนมรุ้ง อันเป็นศิลปะแบบขอมอยู่ระหว่าง
พุทธศตวรรษที่ 12 - 13 ดังนั้น ท่ารำ และดนตรี ตลอดจนเครื่องแต่งกายในระบำชุดนี้
จึงมีลีลา สำเนียงและแบบอย่างที่เป็นเขมร

ระบำลพบุรี Lop Buri traditional dancing

ผู้ประดิษฐ์ท่ารำคือ ครูลมุล ยมะคุปต์ ร่วมด้วยครูเฉลย ศุขะวณิช ผู้เชี่ยวชาญนาฎศิลป์ไทย กรมศิลปากร

นาฎยศัพท์ที่ใช้ประกอบการรำ
จีบมือ  จีบมือแบบลพบุรี ได้รูปแบบมาจากลักษณะนิ้วของพระพุทธรูปในสมัยลพบุรี มีลักษณะดังนี้ คือ ปลายนิ้วหัวแม่มือจรดเหนือข้อแรกของปลายนิ้วชี้ นิ้วที่เหลือเหยียดตึง

ถองสะเอว  แขนขวางอศอก ให้ข้อศอกจรดเอว หักข้อมือ ตั้งวง กดไหล่ขวา ศีรษะเอียงขวา มือซ้ายตั้งวงสูงระดับแง่ศีรษะ เป็นการถองสะเอวขวา  ถ้าจะถองสะเอวข้างซ้ายก็ทำเช่นเดียวกัน

เดี่ยวเท้า  เดี่ยวเท้าขวา ยืนด้วยเท้าซ้าย ยกฝ่าเท้าขวาขึ้นแนบกึ่งกลางด้านข้างขาพับซ้าย  ถ้าจะเดี่ยวเท้าซ้ายก็ทำเช่นเดียวกัน

ตั้งวง  ลักษณะการตั้งวงจะตั้งวงพิเศษ คือ ยกเขนตั้งวงสูงไม่ตกศอก ให้ปลายนิ้วจรดกลางศีรษะ

โขยกเท้า  แบ่งเป็นโขยกเคลื่อนตัวกับโขยกเท้าอยู่กับที่ เป็นอาการแบบก้าวเท้า วางจมูกเท้าเคลื่อนตัว เช่น ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า ชักเท้าซ้ายตามไปวางด้วยจมูกเท้าใกล้ๆ และวางจมูกเท้านั้นแบ่งน้ำหนักมาด้วย เพื่อยันให้เท้าขวากระเถิบนิดหนึ่ง แล้วยกเท้าที่โขยก (คือเท้าที่ยันด้วยจมูกเท้า) ก้าวไปข้างหน้า วางเต็มเท้า ให้เท้าขวากระเถิบอยู่ก่อน แล้วเป็นฝ่ายยันด้วยจมูกเท้าบ้าง เท้าที่ยันด้วยจมูกเท้านี้ เรียกว่า เท้าโขยก

 

 โหย่งหรือกระหย่ง  หมายถึง ลักษณะการจรดปลายเท้าไม่ให้ฝ่าเท้าถูกพื้น ซึ่งท่ารำชนิดนี้มีทั้งท่ายืนและท่านั่ง เช่น โหย่งส้นเท้าซ้าย ใช้เท้าขวายืนเต็มเท้า ย่อเข่า ยกส้นเท้าซ้ายแตะกับข้อเท้าขวา

เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงระบำลพบุรี
๑.  ซอสามสาย

๒.  พิณน้ำเต้า

๓.  ปี่ใน

๔.  กระจับปี่

๕   โทน

ระบำลพบุรี