กิจกรรมบันทึกแนวคิดหน่วยที่  3  ผ้าและเครื่องแต่งกาย 

หัวข้อ  :  นักเรียนจะนำความรู้เรื่องการทำความสะอาดเสื้อผ้าไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ?

          การทำความสะอาดเสื้อผ้าในปัจจุบันนี้ถือเป็นการประหยัดอีกวิธีหนึ่ง และการทำความสะอาดเสื้อผ้าช่วยให้เรามีบุคลิกที่ดี มีความสง่า ดังนั้นการศึกษาเกี่ยวกับการทำความสะอาดของเสื้อผ้า จึงส่งผลในทางที่ดีกับเรา เพราะเป็นการถนอมเสื้อผ้าอีกด้ว

สพฐ.  ม. 4.4.1  สามารถวิเคราะห์  สังเคราะห์  สรุปความคิดรวบยอด  คิดอย่างเป็นระบบและมีการคิดแบบองค์รวม
          ม. 4.4.4  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  มองโลกในแง่ดี  และมีจินตนาการ
          ม. 5.5.3  สามารถสื่อความคิดผ่านการพูด  เขียน 
หรือนำเสนอด้วยวิธีต่าง ๆ

 

 

ให้นักเรียนตอบคำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้หน่วยที่  3  ผ้าและเครื่องแต่งกาย

ผู้ที่จะแต่งกายได้งามนั้นมีอะไรที่เป็นพื้นฐานของการแต่งกาย  จงอธิบาย

          สุขภาพจิตที่ดี เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้สวยงาม การที่จะรักษาสุขภาพจิตที่ดี เราต้องพยายามใช้ความคิดด้วยเหตูผลเพื่อช่วยควบคุมอารมณ์ไว้ การมีอารมณ์ขันก็สามารถช่วยผ่อนเรื่องหนักให้เป็นเบาได้มาก 
          สุขภาพกาย ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง แต่ความสะอาดถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาสุขภาพและความงาม


หลักที่ควรยึดถือในการแต่งกายมีอะไรบ้าง  เขียนมาเป็นข้อ ๆ

    ควรรู้ว่ารูปร่างลักษณะของเรานั้นมีส่วนดีที่ไหนบ้าง เพื่อจะได้เสริมส่วนดีเหล่านั้นให้เด่นขึ้น
    ควรรู้ข้อบกพร่องหรือส่วนที่ไม่สมส่วนในรูปทรงของเรา เพื่อที่จะได้แก้ไขโดยกลบหรือพรางส่วนนั้นเสีย
    ควรรู้ว่าตนเองมีบุคลิกลักษณะแบบไหน
    ควรรู้ว่าเสื้อผ้าสีอะไร ใช้อย่างไร จึงจะช่วยเสริมผิวพรรณและรูปร่างของผู้สวมใส่ให้งามขึ้น
    ควรสวมใส่เสื้อผ้าด้วยความประณีตและกลมกลืนกับตัว
    ควรพิถีพิถันและประณีตให้มาก
   ควรรักษา ซ่อมแซมเสื้อผ้าให้ประณีตและสะอาดอยู่เสมอ
    ควรเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมแก่กาลเทศะ
    การแต่งกายที่ยึดหลักประหยัด ควรมีเสื้อผ้าน้อยชุด แต่สามารถใช้ได้หลายงาน
    ควรหัดใช้เครื่องประดับตกแต่งประกอบ
    ควรหัดนั่ง เดิน ยืน ในท่าที่สำรวม สุภาพเรียบร้อย

เปรียบเทียบศิลปะการแต่งกายที่เหมาะสมของบุคคลต่อไปนี้
 •  คนอ้วนและคนผอม
 •  คนผิวขาวและคนผิวคล้ำ
 •  คนรูปร่างเล็กและคนรูปร่างใหญ่

คนอ้วนและคนผอม 

          คนอ้วนควรเลือกเสื้อผ้าที่มีสีเข้ม เช่น สีน้ำตาล น้ำเงิน ดำ เป็นต้น เพื่ออำพรางหุ่นให้ดูผอมเพรียวลง ส่วนแบบควรเป็นคอแหลม หรือคอวี กระโปรงแคบ รัดรูป ไม่ควรสวมใส่กระโปรงบานและยาว 

          คนผอม ควรเลือกใช้เสื้อผ้าที่มีสีอ่อนๆ เช่น ชมพู ฟ้า เหลือง เขียวอ่อน เป็นต้น เพื่ออำพรางหุ่นให้ดูอ้วนขึ้น ส่วนแบบเสื้อผ้าควรมีลวดลาย เช่นมีระบายหรือลูกไม้สวยงาม คอเสื้อควรมีปกตั้ง

คนผิวขาวและคนผิวคล้ำ

          คนที่มีสีผิวขาวเหลือง เหมาะที่จะสวมเสื้อผ้าโทนสีอบอุ่น แลดูอ่อนโยน เช่น สีชมพูสีส้ม ไม่เหมาะที่จะสวมเสื้อผ้าสีเขียวและสีเทาอ่อน มิฉะนั้นจะดูเหมือนเป็นคนขี้โรค

          คนที่มีสีผิวคล้ำ เหมาะจะสวมเสื้อผ้าสีอ่อน สว่าง เช่น สีเหลืองอ่อน สีชมพูอ่อน หรือสีขาว เป็นต้น ซึ่งจะสะท้อนความสว่างของสีผิว

 คนรูปร่างเล็กและคนรูปร่างใหญ่

          คนที่มีรูปร่างเล็ก ควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่มีลวดลายตามแนวยาว เพื่อให้ดูสูง ปกเสื้อที่ใส่ไม่ควรใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้คอสั้น

          คนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีลวดลายตามขวาง เพื่ออำพรางหุ่นให้ดูกว้างขึ้นหรือเตี้ยลง เช่น ผู้ชายควรสวมเสื้อตามลายขวาง ผู้หญิงสวมกระโปรงบาน เป็นต้น

 

บรรยายรูปร่างลักษณะของนักเรียน  และอธิบายว่าถ้าจะใช้ผ้าเป็นริ้วเป็นลาย  จะใช้ริ้วลายแบบไหน

          เป็นคนรูปร่างอ้วน แต่สูง ในการสวมใส่เสื้อผ้านั้นต้องเป็นเสื้อผ้าที่มีลายแนวตั้ง และมีสีที่เข้นด้วย เช่น ดำ น้ำเงิน เพื่อให้อำพรางหุ่นของเราได้

เครื่องเกาะเกี่ยวที่ใช้ในการตัดเย็บมีอะไรบ้าง  เสื้อผ้าที่นักเรียนใส่ส่วนใหญ่ต้องซ่อมแซมอะไรบ้าง

           กระดุม (Button) : กระดุมเป็นเครื่องเกาะเกี่ยวชนิดหนึ่ง ซึ่งทำมาจากวัสดุหลากหลายชนิด นอกจากประโยชน์ การใช้สอยโดยตรง คือใช้เป็นเครื่องเกาะเกี่ยวแล้ว ยังใช้ประโยชน์ในด้านความสวยงามอีกด้วย เช่น ใช้ตกแต่งเสื้อผ้า เครื่องใช้ เครื่องประกอบการแต่งกาย แล้วยังสามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อการใช้งานต่าง ๆ ได้อีกมากมาย

           ซิป (Zipper) : เป็นเครื่องเกาะเกี่ยวที่สำคัญชนิดหนึ่ง ในการที่จะนำมาต่อผ้าหรือวัสดุ 2 ชิ้น ให้ติดกัน เช่น เสื้อ กระโปรง กางเกง ฯลฯ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นส่วนตกแต่งในเสื้อผ้าได้ นักออกแบบที่มีความคิดสร้างสรรค์ ได้นำเอาส่วนต่าง ๆ ของซิปมาประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับ และเครื่องใช้ของสตรีที่สวย

 

อธิบายการติดกระดุมและติดตะขอมาให้เข้าใจ

 

         กระดุมมีก้าน คือกระดุมที่มีส่วนยื่นออกมาจากใต้เม็ดกระดุมเพื่อใช้เย็บติดกับเสื้อผ้าการติดกระดุมชนิดนี้จะไม่มีเส้นด้ายเย็บปรากฏบนเม็ดกระดุมวิธีติดกระดุมมีก้านนิยมใช้เศษผ้ารองใต้ผ้าให้ตรงตำแหน่งก้าน มีขั้นตอนการติดดังนี้ 

         วางกระดุมลงบนผ้า สอดเข็มหมุดที่ห่วงก้านกระดุมเพื่อยึดไว้ชั่วคราว
          แทงเข็มขึ้นด้านบนสอดเข้าไปในห่วงกระดุม แทงเข็มลงให้ทะลุผ้าด้านล่าง ดึงด้ายให้ตึงเอาเข็มหมุดออก
          ทำแบบข้อ 2 ซ้ำประมาณ 3 – 4 ครั้ง พันก้านกระดุมด้วยด้าย 3 รอบ แทงเข็มลงใต้ชิ้นผ้าผูกปมให้แน่น ตัดด้ายออก

 

การติดตะขอ

กำหนดตำแหน่งที่จะติดตะขอ
ติดตะขอเกี่ยวหรือตะขอสับบนเส้นกลางขอตะเข็บข้างตัวหรือกลางตัว
ติดตะขอรับบนเส้นกลางตะเข็บทางด้านซ้ายมือ
ติดตะขอรับให้หัวตะขออยู่บนกลางตะเข็บทางด้านขวามือ
สอยพันหรือเย็บแบบรังกระดุม สอยเรียงเส้นด้ายลงในช่องตะขอที่กำหนด
เย็บติดตะขอเกี่ยวและขอรับ ที่ขอบเอวเหนือซิป

 

อธิบายการปะเพื่อการตกแต่ง         

                การปะ การปะเพื่อการตกแต่ง เป็นการนำผ้าหรือวัสดุอื่นๆ ที่เป็นลวดลายหรอต้องการให้เกิดลวดลายมาวางทับบนเสื้อผ้าและปักริมโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง

ถ้ากางเกงที่ใส่ขาดที่หัวเข่าจะแก้ไขดัดแปลงอย่างไรให้ใช้งานได้

                การตกแต่งกางเกงยีนส์ด้วยเศษผ้า  การรู้จักตกแต่งดัดแปลงเสื้อผ้าจะทำให้ได้เสื้อผ้าที่แปลกใหม่  กางเกงยีนส์เป็นกางเกงที่นิยมสวมใส่  เมื่อใช้ไปนานๆ อาจจะรู้สึกเบื่อหน่าย มีวิธีการตกแต่งดัดแปลงโดยการตัดขาให้สั้นลงเพื่อสวมใส่อยู่กับบ้านและตกแต่งเพื่อเพิ่มความสวยงามมากขึ้น  ซึ่งในการตกแต่งนั้นควรหาสิ่งที่มีอยู่ใกล้ตัวเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย  การตกแต่งกางเกงยีนส์ด้วยเศษผ้านั้น  ถ้าเป็นผ้าธรรมดา  ควรเลือกผ้าที่เนื้อหนา เพื่อความคงรูปอยู่ตัว  และถ้าเป็นผ้าสักหลาดจะประหยัดเวลาในการกันลุ่ยริมผ้า  เพราะว่าเป็นผ้าที่ผลิตโดยวิธีอัดริมผ้าจึงไม่ลุ่ย  ในปัจจุบันนิยมนำกางเกงยีนส์มาตกแต่งโดยใช้วัสดุอื่น ๆ มาตกแต่ง

วัสดุอุปกรณ์  ในการปฏิบัติงาน มีดังนี้

ดินสอ

กรรไกร

เข็มเย็บด้วยมือ

ด้ายเย็บผ้า , ไหมปักผ้า

เข็มหมุด

เศษผ้า

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

ออกแบบส่วนของเสื้อผ้าที่ต้องการตกแต่ง

นำผ้าไปปะในส่วนที่ต้องการตกแต่ง

กลัดด้วยเข็มหมุดในตำแหน่งที่ต้องการ  และเนาเพื่อให้ติดกัน

ปักหรือเย็บตามแบบที่ได้ออกไว้ถ้าเศษผ้าที่นำมาตกแต่งเป็นผ้าทอธรรมดาควรทำคัทเวิร์คริมผ้า  เพื่อกันเนื้อผ้าหลุดลุ่ย

ถ้านักเรียนดัดแปลงเสื้อผ้าที่ไม่ใช้เป็นผ้ากันเปื้อน  นักเรียนจะใช้ลวดลายและตะเข็บอะไรตกแต่งและมีวิธีทำอย่างไร
     

การเนา
ตะเข็บเนาเท่า  ใช้เนาผ้าสองชิ้นเข้าด้วยกันในส่วนที่มีการฝืนผ้า  เช่น  เมื่อจะเนาผ้า 

      ชิ้นใหญ่ให้พอดีกับผ้าชิ้นเล็ก  หรือในส่วนที่เป็นผ้าเส้นโค้ง

ตะเข็บเนาไม่เท่า  ใช้เนาเป็นเส้นนำสำหรับเนาชายผ้า  หรือบางครั้งใช้เนาเพื่อ

     ประกอบตัวเสื้อสำหรับการลองตัว

ตะเข็บเนาเฉียง  ใช้เนาผ้าชั้นนอกกับผ้ารองในปกเสื้อ  สาบเสื้อหรือใช้เนารังดุมที่

     กุ๊นด้วยผ้าเพื่อไม่ให้แยกเสียรูป

ตะเข็บเนาแบบเทเลอร์  ใช้เนาผ้าสองชิ้นที่เป็นผ้าเนื้อหนา  ผ้าที่กลิ้งกดรอยไม่ได้   

     เนาแล้วแยกผ้าสองชิ้นออกจากกัน  พอด้ายตึงตัดด้ายเนากลางระหว่างผ้าสองชิ้น  

     แยกผ้าออก  รอยเนาใช้แทนการกลิ้งรอยบนผ้า    

 อธิบายขั้นตอนการซักรีดเสื้อผ้า
              การซักผ้า

 ตรวจดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าว่ามีเครื่องตกแต่งติดอยู่หรือไม่ ถ้ามีให้เอาออกก่อน หากมีตัวไหนชำรุด ก็ซ่อมให้เรียบร้อย

 แยกผ้าออกเป็นประเภท

 กำจัดรอยเปื้อน

 แช่ผ้าในน้ำธรรมดาก่อนประมาณ 10-20 นาที

 ละลายผงซักฟอกในน้ำพอท่วมผ้า

 ถ้าผ้าสกปรกมากให้ใช้น้ำอุ่นช่วยในการซัก และใช้แปรงซักผ้าช่วยแปรงตรงรอยเปื้อนหากเป็นผ้าหนา

 ล้างน้ำสะอาด

                   การรีดผ้า

พรมน้ำผ้าที่จะรีด ตามลักษณะของเส้นใยที่ต้องการความชื้น แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 -10 นาที

 ปรับอุณหภูมิเตารีด ให้ความร้อนเหมาะสมกับชนิดของผ้า

บันทึกนี้เขียนโดย  เมื่อ