พรรณไม้ที่ใช้ในการจัดสวน ควรพิจรณาดังต่อไปนี้

     - ควรเป็นพรรณไม้ที่มีกิ่งก้าน ใบ และลำต้นแข็งแรง ทนต่อแรงของลมได้ดีพอสมควร

     - มีระบบรากที่ดีในการยึดลำต้นไม่ให้โค้นล้มได้ง่าย

     - ใบไม้ร่วงมากเกินไป ทำให้ตัวอาคารสกปรกได้ง่ายเกินไป

     - มีใบไม้ให้สีสรรได้อย่างสวยงามและให้ดอกได้ในบางครั้งหรือตลอดไป

     - ควรเลือกพรรณไม้ที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เพราะว่าจะทำให้ความสวยงามนั้นคงทนได้นานไม่ต้องมีการตัดกิ่งบ่อยครั้ง

 

 

 วัสดุที่ใช้ในการจัดสวน 

      วัสดุที่ใช้ในการจัดสวนนี้ก็เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของการจัดสวน เริ่มตั้งแต่การนำระบบระบายน้ำใต้ดิน หรือแม้กระทั้งดินผสมปลูกต้นไม้ของแต่ละชนิด เช่น จะใช้หินเบอร์ 2 หรือจะใช้อิฐหักเป็นตัวกรองหรือรองรับน้ำเอาไว้ เป็นต้น ส่วนเรื่องดินผสมปลูกนั้นก็เช่นกัน


 ความกว้าง ยาว ลึก ของพื้นที่จัดสวนลอยฟ้า 

       ความกว้าง ยาว นั้นมีผลต่อการออกแบบจัดสวนโดยตรงของการใช้พื้นที่ในการปลูกต้นไม้หรือวางวัสดุต่างๆประกอบในการจัดสวนให้พอเหมาะ ส่วนความลึกนั้นจะมีผลอย่างยิ่งสำหรับการเลือกใช้พรรณไม้และแบบของการจัดสวน ทั้งนี้ก็เพราะว่าการจัดสวนลอยฟ้านั้นจะต้องทำระบบระบายน้ำก่อนทุกครั้ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการจัดสวนก็ว่าได้

 การเลือกใช้อุปกรณ์ 


หลักการพิจารณาเลือกใช้อุปกรณ์

      1. น้ำหนัก วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดสวน ควรมีน้ำหนักเบา เช่น ถ้าเป็นพวกหินประดับก็ควรเป็นหินเทียมที่ผลิตจากไฟเบอร์กลาสซึ่งมีน้ำหนักเบาเป็นต้น แต่ถ้าหาไม่ได้ก็ควรวางหินประดับให้กระจายทั่วบริเวณของพื้นที่ เพื่อลดแรงกดของน้ำหนักมากเกินไปตรงจุดใดจุดหนึ่ง

       2. ชนิดของพรรณไม้  ควรเป็นต้นไม้ที่ไม่ทำลายโครงสร้างของตัวอาคารและมีระบบรากตื้นหรือพวกรากฝอยให้มากๆทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการยึดลำต้นของตัวมันเองทำให้ไม่โค่นล้มง่ายพรรณไม้ที่ทำลายโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นพวกตระกูลไทร ส่วนพรรมไม้ที่มีระบบรากดีได้แก่พวกตระกูลปาล์ม เป็นต้น

       3. ขนาดและทรงพุ่มของต้นไม้   ไม่ควรเลือกพรรณไม่ที่มีการเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วและมีความสูงใหญ่มากเกินไป เช่น ชมพู่พันธุ์ทิพย์ หูกวาง จามจุรี ประดู่เหลือง

       4. ระบบของราก  ควรเลือกพรรณไม้ที่มีระบบรากเป็นรากฝอยจะดีกว่าจำพวกที่มีระบบรากแก้ว ดังนั้นการใช้ต้นไม้ใหญ่ ควรเลือกจากการปลูกด้วยกิ่งตอนเป็นส่วนใหญ่

      5. ลักษณะกิ่ง ก้าน ใบ ของพรรณไม้  ควรเลือกพรรณไม้ที่มีลักษณะใบหนา ละเอียด เล็ก ทั้งนี้เพื่อป้องกันการพัดของลมที่จะทำให้ใบไม้ฉีกขอดได้ง่าย รวมถึงการมีกิ่งก้านสาขาที่แข็งแรงด้วย เพราะว่าพื้นที่ทำการจัดสวนลอยฟ้านั้น ส่วนใหญ่จะได้รับลมแรงตลอดและรับแสงแดดจัด ซึ่งจะทำให้ต้นไม้นั้นได้รับอันตรายจากการฉีกขาดหรือหักจากแรงลมได้ ตัวอย่างเช่น กล้วยพัด จะเห็นว่ามีลักษณะของใบเป็นใบพายต้านทางลมได้ดี เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้ใบนั้นฉีกขาดได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

 การเลือกใช้อุปกรณ์

 1. ทำความสะอาดพื้นผิวของปูนขัดมันเอาไว้ให้เรียบร้อยโดยปราศจากฝุ่นละอองและเศษวัสดุต่างๆของการก่อสร้าง การทำความสะอาดนั้นโดยใช้น้ำธรรมดาล้างพื้นแล้วขัดถูให้สะอาดเท่านั้นก็พอ

      2. เมื่อทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วพอให้พื้นผิวแห้งสนิดดีแล้ว จากนั้นก็ใช้ฟลิ้นโค้ทเบอร์ 3 ทาบนพื้นผิวนั้น โดยทาซ้ำกันประมาณ 3 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลอย่างแน่นอน

      3. เมื่อฟลิ้นโค้ทแห้งสนิดดีแล้วก็ทำการวางท่อ พีวีซี เจาะรูพรุน โดยให้มีระยะความห่างของแต่ละท่อตามแบบที่กำหนดเอาไว้

      4. เมื่อวางท่อ พีวีซี เรียบร้อยแล้ว ก็นำเอาหินเบอร์ 2 หรืออิฐหักต่างๆใส่เข้าไปในบริเวณพื้นที่นั้นให้เต็มพื้นที่และให้สูงจากหลังท่อประมาณ 1 นิ้ว เสร็จแล้วก็เกลี่ยให้เรียบสม่ำเสมอ

      5. ทำการปูไมโครไฟเบอร์หรือที่เรียกกันว่าใยแก้วชนวนกันความร้อนแบบธรรมดา ทับลงไปบนหินเบอร์2 หรืออิฐหัก โดยปูให้ทับเกยกันประมาณ 1 นิ้วของแต่ละแผ่นที่ปู จนทั่วบริเวณของพื้นที่นั้น

      6. เมื่อปู ไมโครไฟเบอร์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ใช้ทรายถมหรือที่เรียกว่าทรายขี้เป็ด ทับลงบนแผ่นไมโครไฟเบอร์อีกครั้ง ทรายถมนี้จะใส่ให้สูงจากไมโครไฟเบอร์ประมาณ 10 ซม. หรือมากกว่านี้แล้วแต่ความลึกของพื้นที่จัดสวน จากนั้นก็เกลี่ยให้เรียบสม่ำเสมอ

      7. เมื่อใส่ทราบถมเพียงพอแล้วก็ดินผสมรองพื้นเอาไว้ให้ทั่วบริเวณพื้นที่จัดสวน ตกแต่งเนินดิน วางหินประดับ ปลูกต้นไม้ ปูหญ้า ตามแบบแปลนจัดสวนที่ได้ออกแบบเอาไว้  

 การดูแลรักษาสวนลอยฟ้า 

  1. การตัดแต่งรูปทรงของต้นไม้โดยมีจุดมุ่งหมายดังนี้

   ก. ตัดแต่งเพื่อให้พุ่มใบบางขึ้น ทำให้ลักษณะของต้นไม้ดูสดชื่นอยู่ตลอดเวลาโดยการตัดกิ่งและ

    ใบที่แห้งตายแล้วทิ้งไป

   ข. เพื่อที่จะช่วยซ่อมแซมลักษณะของทรงพุ่ม เนื่องจากกิ่งหักคาต้นหรือกิ่งที่แห้งตายจึงควรตัด

   แต่งทิ้งเสีย เพื่อป้องกันโรคที่จะลุกลามหรือเข้าทางบาดแผลนั้นๆ

   ค. เพื่อที่จะเพิ่มผลผลิต โดยทำให้ต้นไม้ออกดอกและผลมากขึ้น

   ง. เพื่อควบคุมและส่งเสริมการเจริญเติบโต ทำให้เราสามารถที่จะควบคุมรูปทรงของต้นไม้ให้

   เป็นไปตามรูปทรงที่เราต้องการได้

   จ. เพื่อให้ได้รูปทรงต่างๆรวมถึงการตักแต่งกิ่ง โดยทั่วๆไปและตัดแต่งกิ่งโดยทั่วๆไปและตัด

   แต่งต้นไม้ยืนต้นให้เป็นพุ่ม และรูปทรงต่างๆ


  2. การบำรุงรักษาสนามหญ้าเพื่อให้สนามหญ้าสวยงามอยู่่เสมอ จึงจำเป็นต้องมีการดูแลรักษาสนาม

  ก. การให้ปุ๋ย จะทำการใส่ปุ๋ยยูเรีย 15 สันต่อครั้ง

  ข. ทำการป้องกันวัชพืชและการปราบศัตรูพืชโดยการใช้สารเคมีตามแต่ละชนิดของศัตรูหญ้า

  ค. ทำการตัดหญ้าประมาณ 10 - 15 วันต่อครั้ง

3. การให้ปุ๋ย

  ก. ทำการใส่ปุ๋ยต้นไม้30 วันต่อครั้ง

  ข. ทำการพรวนดินและใส่ปุ๋ยอินทรีย์เป็นบางครั้ง

  ค. ทำการเปลี่ยนดินผสม เมื่อดินเน่าเสีย

  4. การป้องกันและกำจัดศัตรูของต้นไม้

  ก. ทำการกำจัดศัตรูพืชโดยใช้สารเคมีตามชนิดของพืชและศัตรูพืชนั้นๆ

  ข. ทำการป้องกันกำจัดโรคพืชโดยใช้สารเคมีตามชนิดของโรคพืชนั้นๆ

   5. การปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงสวนประดับ

   6. การเพิ่มเติมพรรณไม้ที่ตายไปหรือปลูกทดแทนบางต้นที่คาดว่าจะตายภายในระยะเวลาไม่นานเพื่อให้พรรณไม้ที่มีอยู่ในสวนได้ขนาดพอเหมาะและไม่ขาดช่วงเมื่อต้นไม้นั้นตายลง

ที่มาhttp://www.kachin.biz/kachin/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=1

คำถาม

1.เรื่องนี้บอกอะไรกับเรา

2.ประโยชน์ที่ได้รับจากเรื่องนี้ต่อตนเองและส่วนรวมคืออะไร

3.เรานำสิ่งที่ได้รับจากการอ่านเรื่องนี้มาใช้ในชีวิตจริงอย่างได้บ้าง

ตอบ

1.เรื่องนี้บอกให้เราทราบรูปแบบของวิธีการจัดสวนว่ามีรูปแบบใดบ้างเพื่อให้เกิดความเป็นสัดส่วนของสวนที่เราจัดและยังแนะนำ พรรณไม้ที่ควรใช้ในการจัดรวมถึงข้อควรคำนึง เช่น ความกว้างยาว ระบบระบายน้ำซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการจัดสวน และยังแนะนำถึงการดูแลรักษาพรรณไม้ การให้ปุ๋ยและการทดแทนพรรณไม้ที่ตายไป

 

2.ประโยชน์ต่อตนเองคือได้รับความรู้ด้านการจัดสวนลอยฟ้าและยังสามารถนำบริเวณว่างบนดาดฟ้ามาจัดสวนให้เกิดความร่มรื่นเป็นที่พักผ่อน ได้อีกมุมหนึ่ง ประโยชน์ต่อส่วนรวมคือสำหรับ ปัจจุบันบ้าย่อม ถูกสร้างในรูปตึกแถวเพราะที่ดินแพงโอกาสจะมีสวนสวยๆคงเป็นไปได้ยากแต่ถ้าเราเลือกการจัดสวนลอยฟ้านั้นการจัดสวนสวยก็จะเป็นไปได้เพราะอาคารส่วนใหญ่มักมีดาดฟ้าชั้นบนสุดเป็นพื้นที่โล่งเมื่อนำมาจัดสวนสามารถตกแต่งเป็นที่พักผ่อนภายนอกรวมถึงสามารถใช้เป็นที่รับรองเพื่อนฝูง และเพ่อให้ผู้ที่มีบริเวณจำกัดได้มีสถานที่พักผ่อน

 

3.เราสามารถนำความรู้เรื่องการจัดสวนไปใช้จัดสวนบนดาดฟ้าที่บ้านได้ทำให้บ้านดูสวยขึ้นมีบริเวณพักผ่อนมากขึ้น และยังได้ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์จากการอานยังสอนให้เราเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เหมาะสมและการเลือกพรรณไม้ที่มาประดับรวมถึงการดูแลต้นไม้และพรรณไม้นั้นๆว่าเวลาเราจะบำรุงดูแลจะต้องใส่ปุ๋ยมากน้อยเท่าใดและสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสวนให้มีสภาพสวยงามได้ตลอดเวลา