คำลักษณนาม.. เป็นคำที่บอกลักษณะและชนิด หรือประเภทของคำนามนั้น เพื่อจะให้รู้ว่าคำนามนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร มักจะเขียนอยู่หลังจำนวนนับ หรือคำนามนั้นๆ เช่น

เรือ ๑ ลำ ลอยละล่องอยู่ในคลองหน้าบ้าน

คุณพ่อมีแว่นตา ๔ อัน

บ้านหลังนั้นไม่มีคนอยู่

โดยมีตัวอย่าง คำลักษณนามควรรู้ที่พอจะรวบรวมได้มาลงไว้โโยแยกตามหมวดหมู่ดังนี้..

 

๑. ลักษณนามบอกชนิด

พระองค์ผู้ที่นับถืออย่างสูง เช่น พระพุทธเจ้า พระราชา เทวดาที่เป็นใหญ่ เจ้านายชั้นสูง

องค์เจ้านาย เทวดา (คงจะตำแหน่งน้อยกว่าเทวดาด้านบนนิดนึง) สิ่งที่เนื่องด้วยพระพุทธเจ้า พระราชา หรือเจ้านาย คำราชาศัพท์ที่เกี่ยวกับอวัยวะภายใน หรือเครื่องใช้สอย

รูปภิกษุ สามเณร นักพรตต่างๆ ชีปะขาว ชี

ตนยักษ์ ภูตผีปีศาจ นักสิทธิ์ เช่น ฤาษี วิทยาธร

คนมนุษย์สามัญทั่วไป

ตัวสัตว์เดียรัจฉาน สิ่งของบางอย่าง เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ม้านั่ง ตะปู ว่าว ตุ๊กตา

ใบภาชนะทั้งปวง ลูกไม้ ใบไม้

เรื่องเรื่องราว ข้อความ คดีต่างๆ

สิ่ง,อันสิ่งของ หรือกิจการที่เป็นสามัญทั่วไป

เลาปี่ ขลุ่ย

เชือกช้างบ้าน (ช้างป่าจะเรียกเป็นตัว หรือ ถ้าเยอะๆ จะเรียกเป็นโขลง ค่ะ)

เรือนนาฬิกา

เล่มสุมด หนังสือ เกวียน เทียน เข็ม กรรไกร สิ่ว ศัสตรา (อาวุธ) ต่างๆ

เต้าแคน (เครื่องดนตรี)

 

 

๒. ลักษณนามบอกหมวดหมู่

กองทัพ ทหาร คนทำงานรวมกัน ของที่รวมกันไว้ อิฐ ทราย

พวก,เหล่าคน สัตว์ สิ่งของที่อยู่รวมกัน และมีลักษณะอย่างเดียวกัน

หมวดคน สัตว์ สิ่งของ ที่แยกรวมกันไว้

หมู่คน สัตว์ สิ่งของ ที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ

ฝูงสัตว์พวกเดียวกันที่ไปด้วยกันเป็นพวกๆ หรือคนมากๆ ก็ใช้

คณะคนที่อยู่ในสำนักหนึ่ง หรือในที่ทำการอย่างหนึ่ง หรือในปกครองรวมกัน

นิกายนักบวชศาสนาเดียวกันที่แยกออกเป็นพวกๆ

สำรับ,ชุดคน หรือสิ่งของที่มีครบตามอัตรา

โรงผู้คนที่เล่นมหรสพที่มีโรงเล่น เช่น ละคร โขน หนัง

วงคนชุดหนึ่งที่ล้อมวงกัน เช่น เตะตะกร้อ เล่นดนตรี เล่นเพลง สักวา

ตับของที่ทำให้ติดกันเรียงกันเป็นพืด เช่น พลู จาก ปลาย่าง

 

 

๓ ลักษณะนามที่บอกสัณฐาน

วงของที่มีรูปเป็นวง เช่น แหวน กำไล

หลังของที่มีรูปเป้นหลังคา เช่น เรือน บ้าน ตึก มุ้ง กูบ ประทุน เก๋ง บุษบก

แผ่นของที่มีรูปแบนๆ เช่น กระดาษ กระดาน กระเบื้อง อิฐ

ผืนของที่มีรูปแบนกว้างใหญ่ เช่น ผ้า เสื่อ พรม

แถบของที่แบน บาง แคบ แต่ยาว เช่น ผ้าแคบๆ แต่ยาว (คงจะประมาณ ผ้าแถบ น่ะค่ะ)

บานของที่เป็นแผ่นมีกรอบ เช่น ประตู หน้าต่าง กระจกเงา กรอบรูป

ลูกของที่มีรูปทรงกลมๆ หรือค่อนข้างกลม เช่น ลูกไม้ ลูกหิน หรือ ไต้ที่ใช้จุดไฟ ก็ใช้ได้

แท่งของทึบหนามีรูปยาวๆ เช่น เหล็ก ตะกั่ว ดินสอ

ก้อนของที่มีรูปเป็นก้อน เช่น ก้อนหิน ก้อนดิน อิฐแตกๆ ขนมปัง (ที่ไม่เป็นแผ่น)

คันของที่มีส่วนสำหรับถือและลาก รูปยาวๆ เช่น ฉัตร กระสุน รถ ร่ม ธนู หน้าไม้ ช้อนส้อม ซอ เบ็ด (ที่มีคัน) แร้ว ไถ

ต้นของที่เป็นลำต้นเป็นต้นไม้ เช่น ต้นไม้ เสา ซุง

ลำของกลมยาวมีปล้องคั่น เช่น ไม้ไผ่ อ้อย และเรือ

ดวงของที่เป็นรอยกลมๆ เช่น รอยด่าง ตราต่างๆ ของที่มีแสง ตะวัน(ดวงอาทิตย์ เดือน (ดวงจันทร์) ดาว ไฟ และจิตวิญญาณ

กระบอกของกลมยาวแต่กลวง เช่น ปล้องไม้ไผ่ ข้าวหลาม พลุ ปืน

เส้นของที่เป็นเส้นเล็กยาว เช่น เชือก ด้าย ลวด

ปากเครื่องดักสัตว์ที่มีรูปเป็นปากกว้าง เช่น แห อวน สวิง โพงพาง

ปื้นของที่แบนกว้างเป็นพืดยาว เช่น ตอกที่กว้าง เลื่อย

ซี่ของเส้นยาว ตั้งเรียนกันเป็นแถว เช่น ซี่กรง ซี่ฟัน

 

 

๔. ลักษณนามบอกจำนวนและมาตรา

คู่ของที่มีชุดละ ๒ สิ่ง เช่น รองเท้า ถุงเท้า ช้อนกับส้อม เชิงเทียน แจกัน

โหลของที่รวมกัน ๑๒ สิ่ง

กุลีผ้าห่อหนึ่งที่รวมกัน ๒๐ ผืน

ชื่อมาตราต่างๆ เช่น ของที่ใช้วัด ตวง ชั่ง เวลา และเงิน เช่น โยชน์ - เส้นทาง / ชั่ง เฟื้อง สลึง ตำลึงบาท หรือชื่อสกุลเงินต่างๆ ทั่วโลก

ชื่อภาชนะต่างๆ เช่น ตุ่ม ไห

 

 

๕. ลักษณนามบอกอาการ

จีบของที่จีบ เช่น พลู

มวนของที่มวน เช่น บุหรี่

มัดของที่มัด เช่น ฟืน

ม้วนของที่ม้วนไว้ เช่น ยาสูบ ยาจืด กระดาษ (ที่ม้วนไว้)

กำ,ฟ่อนของที่ทำเป็นกำ ฟ่อน เช่น หญ้า ผัก

กลุ่มของที่กำเป็นกลุ่ม เช่น ด้าย ไหมพรม

 

 


ในปัจจุบัน คำลักษณะนามอาจจะมีเพิ่มขึ้นมาอีกหลายคำ เนื่องจากมีวิทยาการและศัพท์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอีกมากมาย ส่วนมากจะเป็นลักษณนามที่ซ้ำชื่อ เช่น โครงการ ๓ โครงการ, แผนพัฒนา แผนที่ ๒

นอกจากนี้คำลักษณนามบางคำ ผู้ใช้บางคนก็มักจะใช้คำพูดที่ติดปากอยู่ เช่น เรียกพระภิกษุ เป็น องค์ เรียกช้าง เป็น ตัว เรียกสิ่งของต่างๆ เป็น อัน ชิ้น กันเสียเป็นส่วนมาก..

ดังนั้นหากครูตองมีเวลาและไปพบคำลักษณนามแปลกๆ เพิ่มจากนี้ หรือถ้าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คนใดมีอะไรเพิ่มเติม ก็มาเสริมเติมแต่กันได้นะคะ..ขอบคุณไว้ล่วงหน้าค่ะ..และสุดท้าย..

 

ขอบคุณที่รักและรักษ์ภาษาไทยค่ะ

ที่มา

http://u-maejao.exteen.com/20050828/entry