ชื่อเรื่อง   การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย  เรื่อง  บทประยุกต์ของสมการ
              เชิงเส้นตัวแปรเดียว  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2

ผู้วิจัย     กัลยกร  อนุฤทธิ์

ความมุ่งหมายของการวิจัย
    
ในการวิจัย  ผู้วิจัยได้ตั้งความมุ่งหมายไว้ดังนี้
     เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย เรื่อง บทประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีคุณภาพ โดยพิจารณาจาก
     1. ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดคือ  80/80
     2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์

วิธีดำเนินการวิจัย
    
ในการวิจัย  ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
     1. การกำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
          ประชากรเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  โรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์)  อำเภอหนองแค  จังหวัดสระบุรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 ทั้งหมด 3  ห้องเรียนจำนวน 135 คน  และกลุ่มตัวอย่างได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling)  มา  1 ห้องเรียน จำนวน  45  คน  ซึ่งนักเรียนแต่ละห้องมีผลการเรียนไม่แตกต่างกัน  เนื่องจากโรงเรียนได้จัดห้องเรียนโดยคละความสามารถของนักเรียน 
    2. การสร้างและพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
          ในการสร้างเครื่องมือ ผู้วิจัยทำการศึกษาหลักการและวิธีการของการสร้างเครื่องมือแต่ละชิ้นนำมาวิเคราะห์และสร้างเป็นเครื่องมือ  แล้วนำไปหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  ได้แก่
          1) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย เรื่อง บทประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
          2) แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง บทประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
          3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง บทประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
     3. การเก็บรวบรวมข้อมูล
          ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามขั้นตอนดังนี้
          1) ขอความร่วมมือกับโรงเรียนในการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง โดยผู้วิจัยได้ทำการสอนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดียด้วยตนเอง
          2) นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไปทดสอบก่อนเรียนกับนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง
          3) นำบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดียไปสอนกับนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างและดำเนินการทดสอบหลังเรียน
          4) นำคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์โดยวิธีการทางสถิติเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน
     4. การวิเคราะห์ข้อมูล
          4.1 หาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดียโดยหาความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนที่ได้จากการทำแบบฝึกหัดกับคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบหลังเรียนโดยคิดเป็นร้อยละ จากนั้นนำผลที่ได้มาเปรียบเทียบและหาประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
          4.2 ศึกษาการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยการทดสอบที (t-test) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนและหลังเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย
          4.3 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
               4.3.1 สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิตและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
               4.3.2 สถิติเพื่อหาคุณภาพเครื่องมือ ได้แก่ ค่า IOC เพื่อหาค่าดัชนีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์  ค่าความยาก (P) ค่าอำนาจจำแนก (D) และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา
               4.3.3 สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ E1/E2 เพื่อหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนและ t-test  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

ผลการวิจัย
     บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดียมีคุณภาพ 
     1. บทเรียนคอมพิวเตอร์แบบมัลติมีเดียมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด (80/80)  โดยมีประสิทธิภาพ  82.01/82.81
     2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง บทประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวของนักเรียนหลังเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย  สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01

แนวคิดที่ได้จากการศึกษางานวิจัย
    
1. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย ต้องชี้แจงขั้นตอนการเรียนการสอนก่อนการเรียนจริง และให้คำแนะนำช่วยเหลือสำหรับนักเรียนที่มีปัญหา
     2. การเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดียทำให้นักเรียนมีความตื่นตัวอยู่เสมอ เนื่องจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีภาพเคลื่อนไหวและสีสันน่าสนใจ เนื้อหาเรียงลำดับจากง่ายไปยากและจัดแยกเป็นเรื่อง ๆ ทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อหน่ายและบรรยากาศในการเรียนไม่เคร่งเครียด ส่งผลให้การเรียนรู้ของนักเรียนดีขึ้น
     3. การเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดียมีการให้ผลย้อนกลับและการเสริมแรงในขณะเรียน  ทำให้นักเรียนได้ทราบถึงข้อผิดพลาดของตนเองและนำข้อผิดพลาดนั้นไปแก้ไขและพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น

การนำไปใช้ในการพัฒนา
    
จากการศึกษางานวิจัยทำให้ทราบแนวคิดในการสร้างสื่อการเรียนการสอนใด ๆ ต้องศึกษาหลักการ  จุดมุ่งหมาย วิเคราะห์หลักสูตรและเนื้อหาบทเรียน วิเคราะห์ผู้เรียนแล้วออกแบบสื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์และความสนใจของนักเรียน เพื่อความหลากหลายของสื่อการสอนและเป็นการกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน

แหล่งอ้างอิง

กัลยกร อนุฤทธิ์. (2550)  การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบมัลติมีเดีย เรื่อง การ
     ประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม.
     กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

 

                                                                โดย  นางสาวเนาวรัตน์  คำภักดี  รหัสนิสิต 50090520
                                                                       สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา  ชั้นปีที่ 3
                                                                       (ระบบเอกภาค)  มหาวิทยาลัยนเรศวร