ขอมีส่วนช่วยเด็กพิเศษ องค์ประกอบการเรียน การออกแบบปฏิสัมพันธ์ การออกแบบกิจกรรม องค์ประกอบการเรียนรู้ รูปแบบการเรียนการสอนของการเรียนรู้แบบร่วมมือ พัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม พัฒนาการทางบุคลิกภาพ พัฒนาการทางเชาวน์ปัญญา ลักษณะของเด็กวัยประถมศึกษา (อายุ 6 – 12 ปี) พัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม พัฒนาการทางบุคลิกภาพ พัฒนาการทางเชาวน์ปัญญา ข้อคิดเกี่ยวกับการพัฒนาการทางร่างกายของเด็กวัยอนุบาล พัฒนาการของเด็กในวัยต่าง ๆ การออกแบบการเรียนรู้และการจัดการเรียนรู้ All Blogs การออกแบบปฏิสัมพันธ์ การออกแบบกิจกรรม องค์ประกอบการเรียนรู้ รูปแบบการเรียนการสอนของการเรียนรู้แบบร่วมมือ พัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม พัฒนาการทางบุคลิกภาพ พัฒนาการทางเชาวน์ปัญญา ลักษณะของเด็กวัยประถมศึกษา (อายุ 6 – 12 ปี) พัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม พัฒนาการทางบุคลิกภาพ พัฒนาการทางเชาวน์ปัญญา ข้อคิดเกี่ยวกับการพัฒนาการทางร่างกายของเด็กวัยอนุบาล พัฒนาการของเด็กในวัยต่าง ๆ การออกแบบการเรียนรู้และการจัดการเรียนรู้ เด็กที่มีความต้องการพิเศษ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก (Assistive Technology) การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางกาย การเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ6 การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางกาย การเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ5 การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางกาย การเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ4 การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางกาย การเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ3 การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางกาย การเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ2 การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางกาย การเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ ตัวอย่างแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล (ตามกลุ่มสาระ) เนื้อหาสาระของแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล แนวการจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เด็กที่มีความบกพร่องซ้ำซ้อน เด็กสมาธิสั้น ออทิสติก เด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายหรือการเคลื่อนไหว เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น ความรู้เกี่ยวกับการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ การบริหารจัดการการศึกษาเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้าง SEAT มาตรฐานสื่อการเรียนการสอน เพื่อปรับใช้ ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก พัฒนาการเด็กปฐมวัย เพื่อปรับใช้ จิตวิทยาและพัฒนาการเด็ก นิทานสำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อปรับใช้ การเล่านิทาน กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (เด็กพิการ) การใช้เทคนิคการติดตามผลเพื่อการพัฒนาเด็ก ศิลปะกับการพัฒนาเด็ก.... หนังสือมีประโยชน์ต่อพัฒนาการเด็ก ออกมาเล่นที่สนามเด็กเล่นกันเถอะ จิตวิทยา และการพัฒนาการของเด็ก เรื่อง กิจกรรมการเรียนการสอนเด็กที่มีความต้องการพิเศษ องค์ประกอบการเรียนรู้ องค์ประกอบการเรียนรู้ จากการวิเคราะห์กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญรูปแบบต่าง ๆ พบว่า มีโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน 4 องค์ประกอบ คือ 1. การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 2. การสร้างความรู้ร่วมกัน 3. การนำเสนอความรู้ 4. การประยุกต์ใช้หรือลงมือปฏิบัติ 1. การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เป็นองค์ประกอบที่ผู้สอนพยายามกระตุ้นให้ผู้เรียนดึงประสบการณ์เดิมของตน มาเชื่อมโยงหรืออธิบายประสบการณ์หรือเหตุการณ์ใหม่ แล้วนำไปสู่การขบคิดเพื่อเกิดข้อสรุปหรือความรู้ใหม่ และแบ่งเป็นประสบการณ์ของตนเองกับผู้อื่นที่อาจมีประสบการณ์เหมือนหรือต่างจากตนเอง เป็นการรวบรวมมวลประสบการณ์ที่หลากหลายจากแต่ละคนเพื่อนำไปสู่การเรียนรู้สิ่งใหม่ร่วมกัน องค์ประกอบนี้ทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนและผู้สอน ดังนี้ ผู้เรียน รู้สึกว่าตนมีความสำคัญเพราะได้มีส่วนร่วมในฐานะสมาชิก มีผู้ฟังเรื่องราวของตนเองและได้รับเรื่องราวของคนอื่น นอกจากจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์แล้วยังทำให้สัมพันธภาพในกลุ่มผู้เรียนเป็นไปด้วยดี ผู้สอน ไม่เสียเวลาในการอธิบายหรือยกตัวอย่างเพียงแต่ใช้เวลาเล็กน้อยกระตุ้น ให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน และยังช่วยให้ผู้สอนได้ทราบถึงความรู้พื้นฐานและประสบการณ์เดิมของผู้เรียน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่อไป ในกรณีที่ผู้เรียนไม่มีประสบการณ์ในเรื่องที่สอนหรือมีน้อย ผู้สอนอาจต้องจัดประสบการณ์ให้ซึ่งทำได้ทั้งทางตรง เช่น การนำตัวอย่างดินเหนียว ดินร่วน และดินทรายให้เด็กได้สัมผัส เพื่อสังเกตความแตกต่าง และทางอ้อม เช่น การเล่าประสบการณ์ชีวิตของผู้ติดเชื้อเอดส์เนื่องจากเรื่องเช่นนี้ไม่สามารถจัดประสบการณ์ตรงให้ผู้เรียนได้ กิจกรรมในองค์ประกอบนี้เป็นไปได้ 2 ลักษณะ คือ การตั้งคำถามเพื่อให้ได้คำตอบที่มาจากประสบการณ์หลากหลายของผู้เรียนและการจัดประสบการณ์ที่จำเป็นให้ผู้เรียนเพื่อความเข้าใจหรือกระตุ้นให้เกิดการคิด โดยมีจุดเน้นสำหรับจุดประสงค์การเรียนรู้แต่ละด้านดังนี้ ด้านความรู้ เป็นประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเนื้อหาที่จะสอน ด้านเจตคติ เป็นการจัดประสบการณ์ด้านอารมณ์ความรู้สึกให้ผู้เรียนเพื่อกระตุ้น ให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกที่สอดคล้องกับจุดประสงค์และนำไปสู่การสะท้อนความคิดเห็นและอภิปรายเกี่ยวกับความคิดความเชื่อต่อไป ด้านทักษะ เป็นการให้ผู้เรียนได้ทดลองทำทักษะนั้น ๆ ตามประสบการณ์เดิมหรือสาธิตการทำทักษะเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจชัดเจน 2. การสร้างความรู้ร่วมกัน เป็นองค์ประกอบที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ มวลประสบการณ์ ข้อมูล ความคิดเห็น ฯลฯ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถ่องแท้ชัดเจน หรือเกิดข้อสรุป/ความรู้ใหม่หรือตรวจสอบ/ปรับ/เปลี่ยนความคิดความเชื่อของตนเอง กิจกรรมในองค์ประกอบนี้เป็นกิจกรรมกลุ่มที่เน้นการตั้งประเด็นให้ผู้เรียนได้คิดสะท้อนความคิด หรือบอกความคิดเห็นของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้และได้อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างกันอย่างลึกซึ้ง จนเกิดความเข้าใจชัดเจน ได้ข้อสรุปหรือความรู้ใหม่หรือเกิด/ปรับ/เปลี่ยนความคิดความเชื่อตามจุดประสงค์ที่กำหนด โดยมีจุดเน้นสำหรับจุดประสงค์การเรียนรู้แต่ละด้าน ดังนี้ ด้านความรู้ ตั้งประเด็นให้อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อสรุปความรู้ใหม่ ที่ได้ผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ นำไปสู่การเกิดความคิดรวบยอดในเรื่องนั้น ๆ ตัวอย่าง เช่น การสรุปสาระสำคัญ การวิเคราะห์ กรณีศึกษา การวิเคราะห์เปรียบเทียบ การวิเคราะห์แยกประเภทหรือจัดกลุ่ม การวิเคราะห์ประเด็นความรู้เพื่อหาข้อสรุปและนำไปสู่ความคิดรวบยอด ฯลฯ ด้านเจตคติ ตั้งประเด็นอภิปรายที่ท้าทาย กระตุ้นให้เกิดการคิดหลากหลายเน้น ในเรื่องคุณค่า อารมณ์ความรู้สึก ความคิดความเชื่อ มีความสอดคล้องกับความรู้สึกของผู้เรียนและนำไปสู่จุดประสงค์ที่ต้องการข้อสรุปจากการอภิปราย และความคิดรวบยอดที่ได้จะสอดคล้องกับจุดประสงค์ที่กำหนด ด้านทักษะ ตั้งประเด็นให้อภิปรายโต้แย้งกันในเรื่องขั้นตอนการลงมือทำทักษะเพื่อให้เกิดความเข้าใจถ่องแท้ในแนวทางปฏิบัติทักษะนั้น และเกิดความมั่นใจก่อนจะได้ลงมือฝึกปฏิบัติ จนชำนาญ 3. การนำเสนอความรู้ เป็นองค์ประกอบที่เน้นผู้เรียนได้รับข้อมูลความรู้ แนวคิด ทฤษฎี หลักการ ขั้นตอน หรือข้อสรุปต่าง ๆ โดยครูเป็นผู้จัดให้เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการสร้างความรู้ใหม่หรือช่วยให้การเรียนรู้บรรลุจุดประสงค์ กิจกรรมในองค์ประกอบนี้ ได้แก่ - การให้แนวคิด ทฤษฎี หลักการ ข้อมูลความรู้ ขั้นตอนทักษะ ซึ่งทำให้โดยการบรรยาย ดูวีดิทัศน์ ฟังแถบเสียง อ่านเอกสาร/ใบความรู้/ตำรา ฯลฯ - การรวบรวมประสบการณ์ของผู้เรียนที่เป็นผลให้เกิดการเรียนรู้เนื้อหาสาระเพิ่มขึ้น - ความคิดรวบยอดที่ได้จากการรวบรวมข้อสรุปของการสะท้อนความคิดและ อภิปรายประเด็นที่ได้มอบหมายให้ กิจกรรมเหล่านี้ควรทำเป็นขั้นตอนและประสานกับองค์ประกอบการเรียนรู้อื่น ๆ โดยมีจุดเน้นสำหรับจุดประสงค์การเรียนรู้แต่ละด้าน ดังนี้ ด้านความรู้ ผู้เรียนเกิดความรู้ในเนื้อหาสาระ ข้อมูลความรู้อย่างชัดเจน ด้านเจตคติ ผู้เรียนเกิดความรู้สึกและความคิดความเชื่อที่สอดคล้องกับจุดประสงค์ ที่กำหนดให้ ด้านทักษะ ผู้เรียนรับรู้แนวทางปฏิบัติตามขั้นตอนของทักษะนั้น ๆ อย่างชัดเจน 4. การประยุกต์ใช้หรือลงมือปฏิบัติ เป็นองค์ประกอบที่ผู้เรียนได้นำความคิดรวบรวมหรือข้อสรุปหรือความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นไปประยุกต์หรือทดลองใช้ หรือเป็นการแสดงผลสำเร็จของการเรียนรู้ในองค์ประกอบนั้น ๆ ซึ่งผู้สอนสามารถใช้กิจกรรมในองค์ประกอบนี้ในการประเมินผลการเรียนรู้ เมื่อพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รู้จักการนำไปใช้ในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่เรียนรู้เท่านั้น จุดเน้นของกิจกรรมในองค์ประกอบนี้สำหรับจุดประสงค์การเรียนรู้แต่ละด้าน มีดังนี้ ด้านความรู้ เป็นการผลิตซ้ำความคิดรวบยอดในรูปแบบต่าง เช่น สร้างคำขวัญ ทำแผนภาพ จัดนิทรรศการ เขียนเรียงความ ทำรายงานสรุปสาระสำคัญ ทำตารางวิเคราะห์/ เปรียบเทียบ ฯลฯ ด้านเจตคติ เป็นการแสดงออกที่สอดคล้องกับเจตคติที่เป็นจุดประสงค์การเรียนรู้ เช่น เขียนจดหมายให้กำลังใจผู้ติดเชื้อเอดส์ สร้างคำขวัญรณรงค์รักษาความสะอาดในโรงเรียน ฯลฯ ด้านทักษะ เป็นการลงมือฝึกปฏิบัติตามขั้นตอนทักษะที่ได้เรียนรู้ การนำองค์ประกอบทั้ง 4 มาจัดกิจกรรมการเรียนรู้จะใช้องค์ประกอบใดก่อนหลังหรือใช้องค์ประกอบใดกี่ครั้งในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ สามารถออกแบบตามความเหมาะสมกับสาระการเรียนรู้และจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดแต่จำเป็นต้องให้มีครบทั้ง 4 องค์ประกอบในแต่ละองค์ประกอบสามารถออกแบบกิจกรรมและปฏิสัมพันธ์ดังที่จะกล่าวต่อไป