การเรียนแบบร่วมมือ

(Co-operative Learning)

***************

หลักการ

1.  การทำงานในชีวิตจริงเป็นการทำงานร่วมกับผู้อื่น ผู้เรียนจึงควรได้ฝึกการทำงานแบบร่วมมือเพื่อเป็นการเตรียมผู้เรียนให้รู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น

2.  การทำงานเป็นทีมเป็นลักษณะหนึ่งของการทำงานของนักวิทยาศาสตร์

3.  การเรียนแบบร่วมมือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนทุกคนและต้องลงมือทำงานกับเพื่อนสมาชิกอย่างจริงจัง จึงเป็นการสนับสนุนให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางวิธีหนึ่ง

4.  การเรียนแบบร่วมมือทำให้ผู้เรียนทุกคนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและช่วยกันทำความเข้าใจสิ่งที่เรียน ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง

5.  การเรียนแบบร่วมมือ อาจจัดเป็นกิจกรรมการเรียนการสอนประกอบหรือเป็นกิจกรรมย่อยของวิธีสอนวิทยาศาสตร์แบบต่างๆได้เป็นอย่างดี

 

 

หน้าที่ของครูผู้สอน

1. จัดกลุ่มผู้เรียนให้มีสมาชิกแตกต่างกัน กลุ่มละประมาณ 3-5 คน

2. ทบทวนบทบาทของการทำงานกลุ่ม หน้าที่ของสมาชิก การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

เป็นต้น

3. ชี้แจงวัตถุประสงค์ในการเรียนให้เข้าใจชัดเจน ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาในบทเรียน

ที่ต้องศึกษา

4. ให้ความร่วมมือกลุ่มในการทำงาน

5. วัดและประเมินผล

6. ให้การเสริมแรงเพื่อสร้างกำลังใจ

ขั้นตอนการเรียนแบบร่วมมือ

1.  ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ใช้เวลาประมาณ 8-15 นาที เพื่อทบทวนเรื่องที่เรียนมาแล้วและทบทวนบทบาทของสมาชิกภายในกลุ่ม ใช้เวลาประมาณ 8-15 นาที เพื่อทบทวนเรื่องที่เรียนมาแล้วและทบทวนบทบาทของสมาชิกภายในกลุ่ม

2.  ขั้นทำงานกลุ่ม ใช้เวลา 25-30 นาที เป็นขั้นที่ครูแจกอุปกรณ์หรือสื่อการเรียน ผู้เรียนปฏิบัติตามบทบาทที่ได้รับมอบหมาย ใช้เวลา 25-30 นาที เป็นขั้นที่ครูแจกอุปกรณ์หรือสื่อการเรียน ผู้เรียนปฏิบัติตามบทบาทที่ได้รับมอบหมาย

3.  ขั้นระดมสมอง ใช้เวลา 10-15 นาที เป็นการเสนอผลงาน เสนอแนะร่วมกันทั้งห้อง ให้แต่ละกลุ่มได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น โดยครูคอยถามให้ผู้เรียนเสนอความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่และทั่วถึง

 

บทบาทของครูผู้สอน

บทบาททางตรง

1.  การให้ความรู้กับผู้เรียนในเรื่องบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ พร้อมทั้งฝึกทักษะทางสังคมเพื่อให้งานกลุ่มมีประสิทธิภาพ

2.  ติดตามคุมพฤติกรรมของผู้เรียนแต่ละกลุ่มว่าทุกคนแสดงบทบาทหน้าที่ถูกต้องเหมาะสมเพียงใด

3.  ให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนที่ผู้เรียนไม่ได้อภิปรายในส่วนที่เป็นเรื่องหรือจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ในการสอนแต่ละครั้ง

4.  เก็บผลงานของผู้เรียนมาศึกษาปัญหา ข้อบกพร่องเพื่อปรับปรุงแก้ไขในชั่วโมงต่อไป

บทบาททางอ้อม

1.  คอยติดตามสังเกตการทำงานของแต่ละกลุ่ม

2.  ให้คำแนะนำเมื่อแต่ละกลุ่มมีปัญหา

3.  พยายามให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำงานหากมีการไม่ยอมรับสมาชิกคนใดคนหนึ่งของกลุ่ม

4. ให้กำลังใจ และให้คำชมเชยแก่ผู้เรียน เมื่อผู้เรียนสามารถทำงานได้ประสบผลสำเร็จ

 

การประเมินผล

1.  การเสนอผลงานของผู้เรียนด้วยวิธีต่างๆ

2.  การทดสอบ

3.  การสังเกตการทำงานของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม

4.  การแสดงความคิดเห็นของผู้เรียนในขั้นระดมสมอง

 

ข้อควรคำนึงในการจัดกิจกรรมการเรียนแบบร่วมมือ

ครูควรคำนึงถึงกิจกรรมที่จะให้เรียนรู้เรื่องนั้นๆ ต้อง…..

1.  เป็นกิจกรรมที่เอื้อต่อการที่จะให้ผู้เรียนมีบทบาทในการเรียน มีส่วนร่วมในกิจกรรมได้มากและทั่วถึง

2.  เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนได้ข้อมูล และเรียนรู้จากคนอื่นๆ ในกลุ่ม

3.  เป็นกิจกรรมที่ต้องช่วยให้ผู้เรียนสามารถพบคำตอบด้วยตนเอง

4.  เป็นกิจกรรมที่ต้องให้ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการทำงานร่วมกัน ควบคู่กับผลงานที่ทำ

5.  เป็นกิจกรรมที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ได้จริง

 

ประโยชน์ของการเรียนแบบร่วมมือ

1.  บรรยากาศในการเรียนจะมีความเป็นกันเองมากขึ้น ผู้เรียนจะรู้สึกปลอดภัย

2.  สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เรียน เพราะสมาชิกทุกคนภายในกลุ่มรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญต่อกลุ่มเท่ากัน ความ เชื่อมั่นในตนเองก็จะถูกกระตุ้นให้มีเพิ่มมากขึ้น และช่วยกันแก้นิสัยขี้อายให้กับผู้เรียนบางคน

3.  ฝึกความมีระเบียบวินัย

 

ที่มา  http://www.geocities.com/kritsana_2002/dz.htm