โรงแรม8 ดาว “คืนละล้าน”

ดูไบประเทศแห่งความมั่งคั่ง มีสุดยอดสิ่งก่อสร้าง หาดทราย กีฬานานาชนิด ร้านอาหารเลิศหรู และโรงแรมชั้นเยี่ยมมีระดับที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดอย่างโรงแรมเบิร์จ อัล อาหรับ โรงแรมเดอะเอมิเรตส์ทาวเวอร์ และโรงแรมเดอะแกรนด์ไฮแอทดูไบ

  

 

   นักท่องเที่ยวจะตื่นตาตื่นใจไปกับกิจกรรมมากมายในดูไบ ตั้งแต่การผจญภัยที่น่าตื่นเต้นใน สวนน้ำไวลด์วาดิ และสวนสนุกชิลเดรนท์ ซิตี้ ไปจนถึงการแข่งขันกีฬาระดับโลก เช่น กอล์ฟรายการดูไบโอเพ่นคลาสสิกกอล์ฟทัวร์นาเม้นท์ และการแข่งม้าในรายการดูไบเวิลด์คัพ เป็นต้น

 

   ดูไบได้รับการขนานนามว่า“ไข่มุกแห่งคาบสมุทรอารเบียน”

   ดูไบเป็นประเทศที่เจริญก้าวหน้าและมั่งคั่งที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีอาคารสิ่งก่อสร้างมากมายและทุกอย่างทั้งตึกอาคารหรืออนุสาวรีย์จะต้องยิ่งใหญ่ หรูหรา และเหนือระดับที่สุดในโลก ทุกสิ่งในดูไบสร้างด้วยน้ำมือมนุษย์ ด้วยเงิน เพราะความรวย โดยเฉพาะอาคารและโรงแรมขนาดใหญ่ คืนละพันดอลลาร์ ประมาณ 3 หมื่นบาทถือว่าถูกที่สุด อย่างแพงก็มี โรงแรมคืนละ 30,000 ดอลลาร์หรือประมาณ 1 ล้านบาท คนที่นอนก็มีแต่ “เศรษฐี” เท่านั้น

นี่คือ เมืองเศรษฐี รวยจากน้ำมันอย่างเดียวแท้ๆ

   จากทะเลทรายที่แห้งแล้ง ร้อนจัดตอนกลางวัน หนาวจัดตอนกลางคืน ได้กลายเป็นตึกระฟ้า โรงแรมหรู ทำด้วยทองคำ ที่พัก ถมทะเลสร้างอ่าวจอดเรือ ห้างสรรพสินค้า ถนนกว้างใหญ่ กลั่นน้ำทะเลเป็นน้ำจืดไว้ดื่มกิน ไม่ขาดแคลนน้ำ ที่นี่เนรมิตทะเลทรายให้เป็นเมืองที่ทันสมัยและกำลังโด่งดังระดับโลก

   เมืองดูไบ เป็นที่สองในบรรดารัฐทั้งเจ็ดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รองจากกรุงอาบูดาบี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศนับเป็นหัวใจของธุรกิจการค้า และการท่องเที่ยว แห่งดินแดนตะวันออกกลาง อีกทั้งยังเป็นเมืองสมัยใหม่ที่มากมายด้วยตึกสูงระฟ้า แต่ด้วยภูมิประเทศที่แตกต่าง เทือกเขาที่สลับซับซ้อนความเขียวขจีของผืนดิน สนามหญ้า ต้นปาล์ม และต้นอินทผลัม นานาพันธุ์ที่เรียงรายอยู่ทั่วไป ฝั่งน้ำอันสดใสของทะเลอาหรับ โดยเฉพาะทะเลทรายอันกว้างใหญ่ที่เป็นฉากหลังได้สร้างความหลากหลายให้แก่เมืองนี้ได้อย่างน่าทึ่ง

   ตัวอย่างที่โด่งดังด้วยฝีมือการสร้างอย่าง The Emirates Marina Hotel and Residence อยู่ริมอ่าวดูไบ มารีน่า โรงแรม Palm Jumeirah นอนที่นี่มองลงไปจะเห็น สนามกอล์ฟ Dubailand โครงการร่วมกับยอดนักกอล์ฟ ไทเกอร์ วู้ดส์ มีสนามฟุตบอล The Manchester United Soccer School ที่เป็นทั้งโรงเรียนสอนฟุตบอล ท่ามกลางทิวเขา ทะเลทรายสีแดง ที่มีฝูงกวางโอเร็กซ์ อยู่เต็มทุ่งทรายอันแห้งแล้ง

   ดูไบมีทัวร์ซาฟารีที่มีสัตว์ป่าทะเลทรายยังคงอยู่ ทัวร์ซาฟารีเป็นที่นิยมมาก ท่องเนินทรายและภูเขาทะเลทรายด้วยรถ 4 WD (รถขับเคลื่อน 4 ล้อ) จะได้สนุกและตื่นเต้นพร้อมกับสัมผัสกับประสบการณ์อันแปลกใหม่กับการนั่งรถตะลุยไปบนดูน (เนินทราย) ที่มีทั้งสูงและต่ำสลับกันไป และยังจะได้เล่นสกีทะเลทราย ที่ท้าทายและหวาดเสียว

   จากนั้น สัมผัสชีวิตแบบเบดูอินพื้นเมือง ด้วยการขี่อูฐ ท่องไปในทะเลทรายจนค่ำจะได้ใช้ชีวิตคืนนี้ที่แคมป์กระโจมแบบอาหรับในทะเลทรายจริง ได้สวมชุดพื้นเมืองของชาวอาหรับเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก อิ่มอร่อยกับอาหารค่ำแบบบาร์บีคิว จิบกาแฟหอมกรุ่นในบรรยากาศที่แสนสบาย พร้อมกับชมโชว์ ระบำหน้าท้อง Belly Dance จากสาวสวยเซ็กซี่ชาวอาหรับ

   ยังมีรายการโชว์ความรวย อย่างโรงแรม Burj Al Arab ซึ่งเป็นโรงแรมที่สวยที่สุด ตั้งอยู่ริมอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเศรษฐีชาวอาหรับ ศูนย์การค้าแห่งใหม่รูปทรงอาหรับโบราณ ตั้งอยู่ติดริมทะเลชื่อ Madinat Jumeirah Souk ช็อปปิ้งมอลล์ ภายในตกแต่งสวยงามแบบอาหรับ และมีร้านค้าทันสมัยมากมาย บริเวณรอบๆ สร้างเป็นสระน้ำ มีเรือแบบเรือกอนโดลาของอิตาลี ท่ามกลางความสวยงามของภูมิประเทศและบรรยากาศรอบๆ โรงแรมนี้

   สุดท้ายชม The Palm และ The World โครงการมหัศจรรย์ที่คิดค้นสำหรับรองรับการอยู่อาศัยในอนาคต สร้างโดยการนำทรายมาถมทะเลเป็นเกาะเล็กๆ 301 เกาะ รูปร่างหากมองจากด้านบน