พวกเรากลุ่มนิสิต มมส. ได้ร่วมกันจัดทำโครงการ "รักสดใสปลอดภัยไร้โรค" ขึ้น เนื่องจากเราได้เล็งเห็นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจาก การมีเพศสัมพันธุ์ก่อนวัยอันควร  เราจึงได้นำถุงยางอนามัยมาแจกให้กับ ประชาชน และนิสิต ทั่วไป ที่เดินกันในตลาด เพื่อรณรงค์การใช้ถุงยางอนามัย ตามจุดประสงค์ของ โครงการ ซึ่งการใช้ถุงยางอนามัย นอกจากจะช่วยป้องกันการติดเชื่อโรคทางเพศสัมพันธุ์ เช่น โรคซิฟิลิส หนองใน เอดส์ ฯลฯ  และยังจะช่วยลดปัญหาต่างๆในสังคม เช่นปัญหา การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร การทำแท้ง การฆ่าตัวตาย ฯลฯ  โดยปัญหาเหล่านี้ยังส่งผลกระทบไปถึง ผู้ปกครอง ญาติพี่น้อง เพื่อน และคนใกล้ชิดสนิทสนม  พวกเรากลุ่มนิสิต มมส. จึงได้จัดทำโครงการ "รักสดใสปลอดภัยไร้โรค" ขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาต่างๆในสังคม

ถุงยางอนามัยมีชื่อเรียกที่หลากหลายในภาษาไทย  เช่น ถุง ปลอก เสื้อฝน เสื้อเกราะ มีชัย หรือสุลต่าน  ในภาษาอังกฤษมีชื่อเรียกว่า condom, skin, sheath, prophylactics ,French letter, English cape

            มีการสันนิษฐานว่าคำว่า Condom ในภาษาอังกฤษนั้นมาจากชื่อของ Dr. Condom แห่งราชสำนักพระเจ้าชารล์สที่ 2 ของประเทศอังกฤษ ผู้คิดเครื่องป้องกันมิให้พระเจ้าแผ่นดินมีบุตรนอกกฎหมาย บ้างก็ว่ามาจากภาษาลาติน คือ Condus ซึ่งมีความหมายว่า "ภาชนะบรรจุของ หรือ ที่รองรับ"  บ้างก็ว่ามาจากคำในภาษาเปอร์เซีย Konder  มีความหมายว่าถุงใส่ข้าวที่ทำด้วยลำไส้ของสัตว์ ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเริ่มมีการใช้ถุงยางอนามัยครั้งแรกเมื่อไร แต่พบหลักฐานจากภาพวาดของชาวอียิปต์โบราณในราว 807-677 ปี ก่อนคริสตกาลหรือประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว ปรากฏรูปผู้ชายสวมสิ่งที่คล้ายกับถุงยางอนามัยที่อวัยวะเพศ จากการศึกษาค้นคว้าต่อมาพบว่าเป็นถุงผ้าลินินซึ่งชาวอียิปต์สวมไว้เพื่อป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ เช่น กามโรค การบาดเจ็บ และการถูกแมลงสัตว์กัดต่อย แต่ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าการใช้ถุงดังกล่าวนั้นมีวัตถุประสงค์เหมือนการใช้ถุงยางอนามัยในปัจจุบันหรือไม่ หรือเพียงเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีความเชื่อว่าประเทศจีน  และประเทศญี่ปุ่น  โบราณก็มีการใช้ถุงยางอนามัยมาตั้งแต่โบราณ เช่นกัน               ในคริสต์ศักราช 100-200  มีหลักฐานปรากฏว่าเริ่มมีการใช้ถุงยางอนามัยกันแล้ว  ในแถบยุโรป โดยพบหลักฐานจากภาพเขียนในผนังถ้ำที่เมืองกองมาแรลล์   ประเทศฝรั่งเศส   ค.ศ. 1500 กาเบรียล ฟัลโลปีอุส   (Gabrielle Fallopius)  ชาวอิตาลี   พบว่าการใช้ถุงผ้าลินิน   ใช้ในการป้องกันการติดเชื้อโรค    และเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ได้

วิธีการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง

            1. นำถุงยางอนามัยออกจากซองบรรจุอย่างระมัดระวัง โดยการฉีกมุมซองและระวังมิให้เล็บเกี่ยวถุงยางอนามัยขาด และอย่าคลี่ถุงยางอนามัยออกก่อนการสวมใส่
            2. บีบส่วนปลายของถุงยางอนามัยเพื่อไล่อากาศออก
            3. รูดถุงยางอนามัยให้ขอบถุงยางอนามัยที่ม้วนอยู่ด้านนอก
            4. สวมถุงยางอนามัยขณะอวัยวะเพศแข็งตัว หากอวัยวะเพศไม่ได้ขลิบส่วนปลายให้รูดหนังส่วนปลายก่อนการสวมใส่ ค่อย ๆ รูดถุงยางอนามัยเข้าหาตัวผู้ใช้จนสุด
            5. หลังเสร็จกิจ ให้ดึงอวัยวะเพศออกทันทีและถอดถุงยางอนามัยออกก่อนที่อวัยวะเพศจะอ่อนตัวโดยใช้กระดาษชำระพันโคนถุงยางอนามัยก่อนที่จะถอด   ไม่ให้มือสัมผัสกับถุงยางอนามัย มิฉะนั้นถุงยางอนามัยอาจปนเปื้อนเชื้อโรคแล้ว
            6. ถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วให้ทิ้งในถังขยะหรือนำไปเผา

ข้อควรระวังในการใช้ถุงยางอนามัย
            1.  ระยะเวลา การใช้ถุงยางอนามัยต้องใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง ห้ามนำกลับมาใช้ใหม่ และการใช้แต่ละชิ้นไม่ควรนานเกิน 30 นาที เพราะหากใช้เป็นระยะเวลานาน ความแข็งแรงและความทนทานของถุงยางอนามัยอาจลดลง และทำให้ถุงยางอนามัยรั่วได้
            2.  การใช้ร่วมกับสารหล่อลื่น การผลิตถุงยางอนามัยโดยปกติแล้วจะมีการเติมสารหล่อลื่น สารหล่อลื่นที่ใช้เป็นชนิดที่มีน้ำหรือซิลิโคนเป็นตัวทำละลาย เช่น กลีเซอรีน เค-วาย เจลลี่ ฯลฯ ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการให้มีการหล่อลื่นเพิ่มขึ้นโดยใช้สารหล่อลื่นมาทาถุงยางอนามัยเพิ่มนั้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารหล่อลื่นประเภทที่มี น้ำมันพืช น้ำมันแร่เป็นตัวละลาย เช่น ปิโตรเลี่ยมเจลลี่ น้ำมันทาผิว น้ำมันปรุงอาหาร น้ำมันใส่ผม ฯลฯ เนื่องจากน้ำมันเหล่านี้จะไปทำปฏิกริยากับเนื้อยาง และสามารถทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมสภาพ และมีรูรั่วได้ในเวลาอันสั้นแม้เพียงเสี้ยวนาที

 

        พวกเรากลุ่มนิสิต มมส. จึงได้ใคร่ขอให้ผู้ที่ได้อ่านบันทึกนี้ ได้ช่วยกันรณรงค์ใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธุ์ ป้องกันการตั้งครภ์ก่อนวัยอันควร ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ และลดปัญหาต่างๆในสังคม   ตามจุดประสงค์ของโครงการ "รักสดใสปลอดภัยไร้โรค"

        ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันรณรงค์ใช้ทุกยางอนามัยในการเพศสัมพันธุ์ เพื่อลดปัญหาทางสังคม

 

 

ติดขอรับถุงยางอนามัยได้ที่ อนามัย ใกล้บ้านท่าน