โมกมัน:ไม้ตู้ยาธรรมชาติ

 อีตอนที่น้ำมันขึ้นราคา ผู้คนต่างเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ตอนนี้น้ำมันลดราคาผู้คนก็ยังเดือดร้อน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนและคนใช้แรงงาน

เดือดร้อนเพราะข้าวของขึ้นราคาไปแล้วไม่ลดตามราคาน้ำมัน ขณะที่รายรับยังเท่าเดิม อะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเด มาปลูกต้นไม้คืนธรรมชาติกันดีกว่าเราจะชวนกันมาปลูกต้น"โมกมัน" แต่โมกมันที่ขึ้นเองตามธรรมชาตินั้นในเมืองไทยมักจะพบตามป่าเบญจพรรณทั่วไปหรือว่าป่าโปร่ง

 หากขยายพันธุ์เอามาปลูกในเรือกสวนไร่นา ควรจะเอาเมล็ดมาเพาะจะดี ได้ต้นที่สมบูรณ์ และเนื่องจากเป็นไม้กลางแจ้งชอบแสงแดด จึงเจริญเติบโตได้ดีกับทุกสภาพดิน 

                                                      

นักเลงต้นไม้จัดต้นโมกเป็นไม้ยืนต้นชนิดผลัดใบขนาดใหญ่ มีความสูงได้ถึง 20 เมตร ลำต้นมีเปลือกสีเทาอ่อนหรือน้ำตาลและมียางสีขาว

                                                   

ลักษณะของใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตรงกันข้ามแผ่นใบรูปไข่หรือรีป้อม เนื้อใบบาง ขอบใบเรียบ โคนใบและปลายใบออกแหลม

                                                     

ต้นโมกมันที่โตแล้วเวลาออกดอกจะออกเป็นช่อบริเวณปลายของกิ่ง มีกลีบรองดอก โคนกลีบจะเชื่อมติดกันลักษณะท่อ ปลายกลีบจะมี 5 กลีบ แรกบานดอกจะมีสีขาวแกมเหลือง ด้านอกจะเป็นสีตองอ่อน

ช่วงออกดอกจะอยู่ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคมจนถึงเป็นผลแก่ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม

                                                     

หลังจากติดดอกไม่นานจะติดผล ผลของโมกมันจะมีลักษณะเป็นฝักรูปทรงกระบอก มีผิวขรุขระ ฝักแก่จะแตกเป็นร่องเห็นเมล็ดอยู่ด้านใน

คุณค่าที่จะได้จากการปลูกโมกมัน คนโบราณท่านรู้ว่า นอกจากนำเอามาทำเครื่องใช้ไม้สอยในชีวิตประจำวันแล้ว ยังเห็นคุณค่าทางยาสมุนไพร

คุณค่าทางยาสมุนไพร คือ เปลือกนำเอามาปรุงเป็นยาแก้พิษสัตว์กัดต่อย แก้โรคไต ทำให้เจริญอาหาร รักษาธาตุภายในให้ปกติ

น้ำยางเอามาเป็นยาแก้ถ่ยเป็นมูกเลือด แก้บิด

ดอกใช้ทำเป็นยาระบาย ใบใช้เป็นยาขับน้ำเหลืองเสีย รากใช้ทำเป็นยาแก้ลม แก้ตับพิการฯลฯ

คุณค่าเหล่านี้คือสิ่งที่ได้จากการปลูกต้นโมกมันหนึ่งต้น ถ้าช่วยกันปลูกคนละไม้คนละมือ โลกใบนี้จะยังชะลอร้อนลงได้ ไม่มากก็น้อยค่ะ