ขับขี่ปลอดภัยกับมาตรการ
       3ม. 2ข. 1ร.

3 ม. คือ อะไร

  • ม. ที่ 1 เมาไม่ขับ

          สุรา มีฤทธิ์ต่อการทำงานของระบบประสาท ทำให้การทำงานของร่างกายช้าลง ประสาทหย่อนสมรรถภาพในการรับรู้ภาพแสงและสี ของสัญญาณต่าง ๆ ช้าลง ขอบเขตการมองเห็นแคบลง การคาดคะเนระยะผิดไป จึงทำให้ ความสามารถในการขับขี่ลดลงความ ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น และคนไทยดื่มมากเป็นอันดับ 5 ของโลก (ความผิด : ขับรถในขณะเมาสุราอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000-1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกควบคุมความประพฤติ)

  • ม. ที่ 2 สวมหมวกนิรภัย

                อุบัติเหตุจราจรที่เกิดขึ้นนั้น เกิดกับรถจักรยานยนต์ถึงร้อยละ 80 หมวกนิรภัยไม่ใช่
หมวกป้องกันอุบัติเหตุ แต่สามารถลดความรุนแรงลงได้ การที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐานและถูกวิธีจะช่วยลดการบาดเจ็บที่ศีรษะได้มากกว่าผู้ที่ไม่สวมหมวกถึง 5 เท่า (ความผิด : ขับขี่รถจักรยานยนต์ / ผู้โดยสารรถ ไม่สวมหมวกนิรภัย อัตราโทษปรับไม่เกิน 500 บาท)

  • ม. ที่ 3 มอเตอร์ไซด์ปลอดภัย

        อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับรถจักรยานยนต์ พบว่าสภาพของรถมีความบกพร่องในระบบห้ามล้อ ไฟส่องสว่าง มีการดัดแปลงสภาพรถ การที่นำรถที่มีสภาพมั่นคงแข็งแรง มีอุปกรณ์ต่าง ๆ สมบูรณ์ครบถ้วนมาใช้ในทางจะทำให้อุบัติเหตุลดลงได้อีกทางหนึ่ง (ความผิด : นำรถที่มีส่วนควบและมีเครื่องอุปกรณ์สำหรับรถไม่ครบถ้วนมาใช้ในทางอัตราโทษ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท)

 

2 ข. คือ อะไร

  • ข. ที่ 1 ใบขับขี่

                ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของอุบัติเหตุทางถนนคือ ผู้ขับขี่ไม่มีความรู้เรื่องการขับขี่ปลอดภัย ไม่เคยผ่านการฝึกอบรมที่ถูกต้องมาเลย การขับขี่รถในทางต้องมีใบอนุญาตขับขี่ก็เพื่อที่จะให้
มีความรู้ในการขับขี่ที่ถูกต้อง มีความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและผู้อื่น เพราะการจะได้มาของใบขับขี่จะต้องมีการสอบข้อเขียนขับขี่รถจากกรมการขนส่งทางบก (ความผิด : ขับขี่รถมีใบอนุญาต อัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท)

  • ข. ที่ 2 รัดเข็มขัดนิรภัย

                รถเมื่อเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็ว ผู้ที่อยู่ในรถจะเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วเท่ากับรถ เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะทำให้ผู้ที่อยู่ในรถกระแทกกับตัวรถ อวัยวะภายในร่างกายจะกระแทกกัน หรืออาจจะกระเด็นหลุดออกมาจากรถได้ การรัดเข็มขัดนิรภัยไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุ แต่สามารถช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บ ถึงร้อยละ 40-50 (ความผิด : ขับรถไม่คาดเข็มขัดนิรภัย / ขับรถไม่จัดให้คนโดยสารซึ่งนั่งตอนหน้าแถวเดียวกับผู้ขับขี่ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย อัตราโทษ ปรับไม่เกิน 500  บาท)


1 ร. คือ อะไร

  • 1ร. ขับรถเร็วไม่เกินที่กฎหมายกำหนด

                การขับขี่รถด้วยความเร็วสูง ทำให้ความสามารถในการทรงตัวของรถน้อยลง หากจะต้องหยุดรถระยะทางในการห้ามล้อจะมากขึ้น ระยะเวลาในการตัดสินใจจะน้อยลง และความรุนแรงของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจะสัมพันธ์กับความเร็วของรถ มีอุบัติเหตุจราจรที่เกิดขึ้นกับการขับขี่รถเร็ว ร้อยละ 24  (ความผิด : ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท)

3ม  2ข  1ร  คืออะไร

ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนกว่าปีละ
12,000-13,000 คน บาดเจ็บอีกกว่าปีละ 1 ล้านคน สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่าปีละ 1 แสนล้านบาท อุบัติเหตุทางถนนจึงนับเป็นปัญหาสำคัญที่คร่าชีวิตประชาชนชาวไทย ซึ่งมีการประเมินกันว่า หากไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบอย่างจริงจัง และไม่มีมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนที่ดีเพียงพอ อาจส่งผลให้การเสียชีวิต และบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนของคนไทย เพิ่มขึ้นกว่าปีละ 2-3 เท่า
รัฐบาล จึงได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการศูนย์การอำนวยความปลอดภัยทางถนน บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งระดับจังหวัด และท้องถิ่น ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน โดยแบ่งยุทธศาสตร์การดำเนินงานออกเป็น 5 ด้าน (5 E’s) ดังนี้

  • ยุทธศาสตร์การบังคับใช้กฎหมาย (Enforcement)
  • ยุทธศาสตร์ด้านวิศวกรรมการจราจร (Engineering)
  • ยุทธศาสตร์การให้ความรู้ การประชาสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วม (Education Pubilc Relation & Participayion)
  • ยุทธศาสตร์บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน (Emergency Medical Service)
  • ยุทธศาสตร์การประเมินผลและสารสนเทศ (Evaluation and Information)

              ยุทธศาสตร์การบังคับใช้กฎหมายเป็น 1 ใน 5 ยุทธศาสตร์ สามารถทำให้อุบัติเหตุทางถนนลดลงได้โดยการรณรงค์สร้างจิตสำนึกของผู้ใช้รถใช้ถนนให้ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดไว้ คือ มาตรการ 3ม  2ข  1ร

สาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหต

  •  
    • ขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด
    • ตัดหน้ากระชั้นชิด
    • แซงรถผิดกฎหมาย
    • ตามกระชั้นชิด
    • ฝ่าฝืนสัญญาณ
    • ไม่ให้สัญญาณ
    • ขับรถผิดช่องทาง
    • ฝ่าฝืนป้ายหยุดทางแยก
    • ไม่ขับรถในช่องทางซ้ายสุด
    • เมาสุรา
  • ที่มา : กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์กรมป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย กระทรวงมหาดไทย