ิจัยเกี่ยวกับภาษาไทย 4

ชื่อเรื่องงานวิจัย : การใช้แบบฝึกรูปภาพ เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยของ

นักเรียนที่ขาดทักษะช่วงชั้น ที่ 1(.2/16) ปีการศึกษา 2548 โรงเรียนดาราวิทยาลัย

ชื่อผู้วิจัย : นาง ปราณี ยอดชมภู

ระดับชั้น : ช่วงชั้นที่ 1 (.2/16) โรงเรียนดาราวิทยาลัย

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2548

1. การสะท้อนความคิดเห็นก่อนปฏิบัติการ (Initial Reflection) หรือความเป็นมาและความสำคัญ

และวัตถุประสงค์งานวิจัย

เด็กชาย อภิวิษณ์ อิ้งทอง และเด็กชาย จิรายุทธ์ มณี   ไม่มีทักษะด้านอ่านและเขียนจึงใช้แบบฝึก

ทักษะภาษาไทยเขียนตัวอักษรแทนภาพประสมกับสระของ อุ่นใจ ไชยเลิศ มาฝึกเป็นระยะเวลา 3

เดือนตั้งแต่เดือน มิถุนายน ถึง เดือนสิงหาคม จากการสังเกตพบว่านักเรียนอ่านและเขียนไม่ได

ผู้วิจยจึงมีความสนใจที่จะใช้แบบฝึกด้วยภาพเพื่อฝึกทักษะให้แ ก่นักเรียน

2. การวางแผนเพื่อการปฏิบัติการ (Planning) หรือวิธีดำเนิน การวิจัย

ผู้วิจัย ได้วางแผนในการปฏิบัติการโดยศึกษาหลักสูตรกลุ่มสาระภาษาไทย เรื่อง สระลดรูป

นอกจากนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาวิธี สร้างเครื่องมืออื่น ประกอบด้วย แผนการเรียนรู้เรื่องสระลดรูป และแบบ

ฝึกทักษะภาษาไทย สะกดคำแนวใหม่ของ อุ่นใจ ไชยเลิศ แล้วนำไปให้หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาไทย

ตรวจสอบ ปรับปรุง แก้ไข หลังจากผู้วิจัยได้สอน เด็กชาย อภิวิษณ์ อิ้งทอง และเด็กชายจิรายุทธ์ มณี

แล้ว ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้วิเคราะห์ข้อมูลผู้วิจัย ใช้ค่าผลต่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน

3. การปฏิบัติการ (Action) หรือการวิเคราะห์ข้อมูล

ผู้วิจัย ได้ปฏิบัติการระหว่าง วันที่ 5 – 23 กันยายน พ.. 2548 ระยะเวลา 15 วัน โดยผู้วิจัยได้

ฝึกอ่านและเขียนตอนพักกลางวันหรือตอนเย็นเป็นเวลาวันละ 20 นาที เมื่อผู้วิจัยจึงทำการทดสอบ

หลังเรียน หลังจากนั้น ผู้วิจัย จึงกำหนดไว ้ผู้วิจัย จึงทำการทดสอบหลังเรียน หลังจากนั้น จึงได้นำ

ข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้ค่าผลต่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน

การศึกษาการพัฒนาทักษะการเขียนภาษาไทยของนักเรียนระดับชั้นอนุบาลโรงเรียนบ้าน

ดอนแดง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 1 มีสาระสำคัญดังนี้

ในการศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและแนว

ทางในการแก้ไขปัญหาพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะกระบวนการเขียนภาษาไทยในระดับ

ชั้นอนุบาล โรงเรียนบ้านดอนแดง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 1 2) เพื่อศึกษาและ

สร้างนวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะกระบวนการ

ขียนภาษาไทยในระดับชั้นอนุบาล โรงเรียนบ้านดอนแดง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม

เขต 1 และ 3) เด็กนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล โรงเรียนบ้านดอนแดง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

นครพนม เขต 1 มีพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะกระบวนการเขียนภาษาไทยได้เต็มตามศักยภาพ

โดยสามารถเขียนพยัญชนะไทย 44 ตัวอักษรได้

การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะกระบวน

การเขียนภาษาไทยในระดับชั้นอนุบาล โรงเรียนบ้านดอนแดง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

นครพนม เขต 1 โดยการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงเลือกนักเรียนที่มีปัญหาด้านพัฒนาการเรียนรู้มาก

ที่สุดในชั้นเรียนที่ผู้ศึกษาดูแล เป็นเด็กนักเรียนชายระดับชั้นอนุบาล จำนวน 3 คน เพื่อแก้ไขปัญหา

โดยใช้นวัตกรรมทางการศึกษาคือ แบบฝึกคัดลายมือภาษาไทย ดำเนินการศึกษาตามปฏิทิน

การดำเนินงานในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2549 โดยมีสมมติฐานในการศึกษา คือ ระดับ

พัฒนาทักษะการเขียนภาษาไทยในปีการศึกษาที่ทดลองสูงกว่าปีการศึกษาก่อนทดลอง

ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้เป็นการศึกษาพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้านการเขียนภาษาไทยของ

กลุ่มตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบระดับการพัฒนาทางการเรียนรู้ของเด็กทั้งก่อนและหลังดำเนินการโดย

ใช้นวัตกรรมทางการศึกษาคือ แบบฝึกเขียนภาษาไทย และแบบประเมินเป็นเครื่องมือในการศึกษา

ครั้งนี้ ระยะเวลาในการศึกษา ดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 (ตั้งแต่วันที่ 5

พฤศจิกายน 2549 ถึง 15 มีนาคม 2550)

การวิเคราะห์ข้อมูล ได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป

SPSS for Windows version 11.0.1 ด้วยวิธีการสถิติดังนี้คือ 1) การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเบื้องต้น ได้แก่ ผลการวิเคราะห์ด้านระดับการพัฒนาของเด็กนักเรียนในทักษะการเขียน

าษาไทยโดยใช้สถิติพรรณา อันได้แก่ ค่าเฉลี่ย(mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(standard

deviation) เพื่อพรรณาข้อมูลทั้งก่อนและหลังดำเนินการ และ 2) การตรวจสอบสมมติฐาน

ด้วยวิธี Paired-Samples T Test เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยในด้านต่าง ๆ ทั้งก่อนและหลังดำเนินการ

และในการตรวจสอบสมมติฐาน

สรุปผลการศึกษา

1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเบื้องต้น

ผลการศึกษา พบว่า ในภาพรวมภายหลังการดำเนินการพัฒนาทักษะกระบวนการเขียน

ภาษาไทยของนักเรียนมีระดับการพัฒนาที่ดีขึ้น นั่นคือ มีค่าเฉลี่ยการพัฒนาสูงขึ้นจาก

ระดับน้อยที่สุดไปเป็นระดับมาก โดยจากการใช้นวัตกรรมทางการศึกษาและการจัดตาราง

สอนเสริมและมอบหมายการบ้านให้นักเรียน พบว่า นักเรียนได้เข้ารับการสอนเสริมทักษะ

อย่างสม่ำเสมอคิดเป็นค่าเฉลี่ยสูงที่สุดในระดับมากที่สุด นักเรียนได้รับการฝึกฝนทักษะ

การเขียนครบทุกจุดประสงค์การเรียนรู้ นักเรียนได้รับแบบฝึกฝนทักษะไปปฏิบัติเป็นการบ้านและ

นำ มาส่งครบทุกครั้ง และนักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ในการฝึกทักษะการเขียน

โดยอยู่ในระดับมากทุกด้านที่กล่าวมา

2. ผลการตรวจสอบสมมติฐาน

จากการตรวจสอบสมมติฐาน พบว่า ผลการศึกษาครั้งนี้เป็นไปตามสมมติฐานของ

การศึกษาที่ว่า ระดับพัฒนาทักษะการเขียนภาษาไทยในปีการศึกษาที่ทดลองสูงกว่าปีการศึกษา

ก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

อภิปรายผล

การผลการศึกษา มีประเด็นที่สมควรนำมาอภิปรายผลดังนี้

1. ผลการศึกษาสามารถบรรลุความมุ่งหมายของการศึกษาทุกด้าน นั่นคือ

ผลการศึกษาสามารถทราบสภาพปัญหาที่แท้จริงและพัฒนาแนวทางในการ

แก้ไขปัญหาโดยการใช้นวัตกรรมทางการศึกษาที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาพัฒนาการเรียนรู้ด้าน

ทักษะกระบวนการเขียนภาษาไทยในระดับชั้นอนุบาล โรงเรียนบ้านดอนแดง สำนักงานเขตพื้นที่

การศึกษานครพนม เขต 1 ทำให้เด็กนักเรียนมีพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะกระบวนการเขียนภาษาไทยที่ดีขึ้น นักเรียนสามารถเขียนพยัญชนะไทยทั้ง 44 ตัวอักษรได้ถึงแม้จะยังไม่สวยงามมากนัก

แต่ในภาพรวมมีศักยภาพที่ดีอยู่ในระดับมาก

2. ผลการศึกษาสามารถตรงตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ กล่าวคือ

ผลการศึกษาครั้งนี้เป็นไปตามสมมติฐานของการศึกษาที่ตั้งไว้ นั่นคือว่า นักเรียนมี

ระดับพัฒนาทักษะการเขียนภาษาไทยสูงขึ้น

ข้อเสนอแนะ

1. ข้อเสนอแนะสำหรับโรงเรียนบ้านดอนแดง

โรงเรียนควรมีการกำหนดนโยบายและจัดสรรทรัพยากรอันได้แก่ ครู งบประมาณ

และเวลา ในการจัดหาสื่อการเรียนการสอน การศึกษาเพื่อพัฒนาและปรับปรุงนวัตกรรมทางการ

ศึกษาให้เหมาะสมที่สุดกับการประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาเช่นเดียวกันกับกรณีอื่น ๆ

นอกจากที่ศึกษาในครั้งนี้ การจัดทำแผนการสอนเพื่อจัดสรรชั่วโมงเรียนที่เหมาะสมในการที่จะ

พัฒนาหรือสอนเสริมเด็กนักเรียนได้เต็มศักยภาพ ตลอดจนการส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพครู

เพื่อได้มีโอกาสในการพัฒนาความสามารถตนเองเพื่อความเชี่ยวชาญในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อ

แก้ปัญหาและพัฒนาการเรียนการสอนได้เกิดประโยชน์สูงสุด

2. ข้อเสนอแนะทั่วไป

ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ที่จะนำไปใช้ ผลจากการศึกษาจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

ต่อผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนหรือผู้ที่สนใจที่จะนำผลการศึกษาไปประยุกต์ใช้ในการจัด

การเรียนการสอนเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาศักยภาพเด็กนักเรียน แต่เพื่อการใช้นวตกรรม

อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลจึงควรมีการศึกษาเพิ่มเติมจากแนวคิด ทฤษฎีและเอกสาร

ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและทำความเข้าใจกับการศึกษาครั้งนี้อย่างถ่องแท้ก่อนนำไปใช้จริง

3. ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาครั้งต่อไป

ควรมีการศึกษาในลักษณะเช่นเดิมหากแต่เปลี่ยนเครื่องมือหรือเทคนิควิธีการศึกษา

ที่แปลกใหม่เพื่อเปรียบเทียบผลการศึกษาของแต่ละเทคนิควิธีการว่ามีความสอดคล้องหรือแตกต่าง

กันอย่างไรและเพื่อค้นพบเทคนิควิธีการหรือเครื่องมือต่าง ๆ ที่มีประสิทธิและเหมาะสมกับ

แต่ละกลุ่มตัวอย่างและขอบเขตของปัญหาในแต่ละกรณี ตลอดจนการเลือกสรรนวัตกรรมทาง

การศึกษาที่เหมาะสมกับการแก้ปัญหาของเด็กนักเรียนที่ดีที่สุด