:  Painting with Kun(Mr)Cek-Adulle Ceksorhou


มีข้อความ ที่มีสาระ อ่านแล้วเข้าใจง่าย เป็นข้อความจากบล็อก โอเคเนชั่น ชื่อข้อความว่า  " กินอย่างเพียงพอ กินแบบอิสลาม "

ของคุณ sigree ผมจึงขอนำมาบางส่วน มาให้ได้อ่านกันครับ

 

 

สรุปหลักการบริโภคแบบอิสลามด้วยคำไทย 7 ตัวอักษร

คือ พ-อ-ส-ม-ค-ว-ร อ่านว่า "พอสมควร" มีความหมายดังต่อไปนี้


พ - คือ "พร" อิสลามสอนให้มุสลิม เริ่มทุกกิจกรรมรวมถึงการกินด้วยการขอพรหรือดุอา มีความหมายถึงการเตาะบะห์ต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) ในทุกลมหายใจ การกินจึงมิใช่เป็นเรื่องกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงสายใยที่ล่วงเข้าไปถึงจิตด้วย


อ - คือ "อนามัย" ทั้งเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย การกินแบบอิสลามต้องพร้อมด้วยอนามัยแบบอิสลาม ซึ่งใช้คำว่า "ตอฮาเราะห์" ที่มีความหมายกว้างขวางกว่าคำว่าอนามัย หรือ Healthy ในภาษาอังกฤษมากนัก


ส - คือ "สงเคราะห์" อิสลามสอนให้คิดถึงสังคม คิดถึงคนรอบข้าง มิใช่คิดถึงแต่ตนเอง อิสลามสอนให้รู้จักกินเพื่อให้คนรอบข้างอิ่ม กินเพื่อให้สังคมเข้มแข็ง อิสลามมีกุศโลบายที่จะทำให้เงินทุกสตางค์ที่จับจ่ายไปกับการกินวนเวียนไม่รู้จบอยู่ในสังคมมุสลิม อันเป็นเศรษฐศาสตร์ที่ลึกซึ้ง มุสลิมได้กุศลผลบุญรวมถึงเศรษฐกิจที่มั่นคงกับการกินของมุสลิมพร้อมกันไปด้วย จึงเสียดายหากเราไม่เข้าใจ ในภาษาอาหรับใช้คำว่า "อิฆอซะห์" ใครที่เรียนรู้ภาษาอาหรับจะเข้าใจว่า สงเคราะห์ในอิสลามนั้นกินความกว้างขวางกว่าของฝรั่งมากเพียงใด


ม - คือ "มัธยัสถ์" ภาษาอาหรับใช้คำว่า "อิกติซอต" อดออมไม่สุรุ่ยสุร่าย เพราะอิสลามรังเกียจความฟุ่มเฟือย อิสลามคัดคานลัทธิบริโภคนิยมที่สอนให้คนบริโภคตามนโยบายตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าเสรีหรือสิ่งอื่น เรื่องของอิกติซอตนี้กล่าวได้ไม่มีวันจบเช่นกัน


ค - คือ "เคร่งครัด" หรือ "ตะดัยยุน" ในภาษาอาหรับ อิสลามสอนให้มุสลิมยึดมั่นในหลักการของตน ไม่วอกแวกไปกับสิ่งยั่วยวนรอบตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลงใหลไปกับบริโภคนิยม


ว - คือ "วิรัติ" หรือการงดเว้น ในภาษาอาหรับคือ "อิมซ้าก" มีความหมายถึงยกเว้นและยับยั้ง การงดเว้นเรื่องการกินในอิสลามที่สำคัญมีอยู่สองเรื่องได้แก่ งดเว้นการกินการดื่มการเสพเมถุนและอารมณ์ในเดือนรอมฎอน หรือที่เราเรียกว่าซิยัม อีกเรื่องหนึ่งของการยกเว้นคือการงดเว้นสิ่งที่หะรอม เลี่ยงสิ่งที่ซุบฮัตหรือต้องสงสัย


ร - คือ "ร่วมกัน" ในภาษาอาหรับคือ "อิจติมะห์" หรือ "ยะมาอะห์" อิสลามสอนให้ทำทุกกิจกรรมร่วมกันปรึกษาหารือแก้ไขปัญหาร่วมกัน หรือที่เรียกว่า มูเซาวาเราะห์ อิสลามสอนให้รู้ว่าสังคมเข้มแข็งได้ด้วยการทำความดีของคนทุกคนมิใช่เพียงคนเดียว โดยสอนให้ทำความดีต่อสังคมมิใช่ต่อเพียงตนเองและควรทำร่วมกัน


สุดท้ายคือคำว่า "พอสมควร" หรือ "เอียะติดาล" นั้นเป็นหลักการสำคัญที่อิสลามสอนให้มุสลิมรู้จักรังสรรค์สังคมให้เข้มแข็งอย่างไม่สุดโต่ง อิสลามจึงมีกุศโลบายมากมายในการสอนวิธีคิด หรือกระบวนทัศน์ให้แก่มุสลิมเพียงเรื่องโภชนาการ และการกินก็เรียนวิธีคิดแบบอิสลามกันได้ไม่รู้จบแล้ว
เราจึงต้องคิดทบทวน มองกุศโลบายของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ที่แฝงอยู่ในคำสอนของอิสลามอย่างทะลุปรุโปร่ง มิใช่เพียงมองผ่าน ตัวอย่างการมองผ่านไปไม่ทะลุประโปร่ง เป็นต้นว่าอิสลามกำหนดหะล้าลให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของมุสลิม สอนให้มุสลิมจับมือกันพิทักษ์สังคมของตนเอง ให้สังคมมุสลิมเป็นมือบนเป็นผู้ให้และเป็นผู้ผลิต แต่ในสังคมทุกวันนี้ทรัพย์สินทางปัญญาเรื่องหะล้าลกลับถูกแบ่งสรรไปให้ผู้คนนอกสังคมมุสลิมเสียสิ้น มุสลิมที่ควรพึ่งพิงกันเองกลับกลายเป็นมือล่างที่คอยรับจากมือผู้อื่น

 

เครดิต : http://www.oknation.net/blog/sigree/2008/04/19/entry-3/comment