ประเทศไทยนั้นอย่างที่ทราบกันดีว่ามีชายแดนติดกับหลาย ๆ ประเทศ นับรวมกันแล้วมีจุดผ่านแดนถาวรถึง 34 จุดทั่วประเทศไทยและล่าสุด ทางการไทยได้มีการเปิดจุดผ่านแดนถาวรขึ้นอีก 1 แห่ง ณ สะพานข้ามแม่น้ำโกลก บริเวณบ้านบูเก๊ะตา จ.นราธิวาส ในพื้นที่ตรงข้ามกับ บูกิตบุหงา ประเทศมาเลเซียโดยจะติดกับประเทศไทยทั้ง 4 ด้านได้แก่ ประเทศพม่า ลาว กัมพูชาและมาเลเซีย และเป็นที่แน่นอนว่าการซื้อขายแลกเปลี่ยนบริเวณนี้ต้องคึกคักจากปริมาณของพ่อค้า และแม่ค้าทั้งไทยและเทศ รวมถึงนักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ นี่แหละ ยังไม่รวมถึงพวกมิจฉาชีพต่าง ๆ ที่อาศัยช่องทางนี้ในการทำผิดกฎหมาย นับตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยเช่น การละเมิดลิขสิทธิ์ การฉกชิงวิ่งราวต่าง ๆ การค้ายาเสพย์ติด จนถึงขั้นการค้ามนุษย์

มาตรการของไทยในการป้องกันความมั่นคงของชาตินั้นการที่จะผ่านเข้า-ออกนอกประเทศจะต้องอาศัย บัตรผ่านแดน (Border Pass) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ  

1. บัตรผ่านแดน (Border Pass) จะออกให้เฉพาะบุคคลสัญชาติไทยที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ชายแดน เพื่อใช้ในการเดินทางข้ามแดนระหว่างสองประเทศ บัตรผ่านแดนชนิดนี้มีลักษณะเป็นรูปเล่มสีเขียวจะใช้เฉพาะที่จุดผ่านแดนด้านประเทศลาวและประเทศพม่า
2. บัตรผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border Pass) จะออกให้กับบุคคลที่อาศัยอยู่นอกพื้นที่ชายแดน เพื่อใช้ในการเดินทางข้ามแดนระหว่างสองประเทศเพื่อการท่องเที่ยว บัตรผ่านแดนชนิดนี้สามารถใช้ได้ในทุกด่านทั่วประเทศไทย

ซึ่งปัจจุบันเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่จะต้องสัญจรไปมาระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ด้านกรมการปกครองจึงได้จัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชนในการออกบัตรผ่านแดนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Border Pass) ขึ้น ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เพียงแค่มีบัตรประจำตัวประชาชนก็สามารถดำเนินการได้ด้วยความรวดเร็ว

เมื่อการผ่านด่านในการเข้า-ออกนอกประเทศมีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ก็ย่อมมีปัญหาตามมา ปัญหาที่สังเกตเห็นคือ สะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาว จังหวัดหนองคาย การเดินทางเข้า-ออกจุดผ่านแดนดังกล่าวจะได้รับการอนุโลมผ่อนปรนจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองตลอดมา สิ่งที่ตามมาคือ ร้านค้าปลอดภาษีและบ่อนคาสิโนในฝั่ง สปป.ลาว เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดปัญหาลักลอบนำสินค้าต้องห้ามเข้ามาในประเทศไทย อาทิ เหล้า บุหรี่ สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือจีน มีการลักลอบทั้งแบบกองทัพมดและเป็นขบวนการใหญ่ ขณะที่ตลาดสินค้าอินโดจีนหรือที่รู้จักกันในชื่อตลาดท่าเสด็จ จุดขายของจังหวัดนับวันจะซบเซามากขึ้นเรื่อยๆ
           ด้านปัญหาแรงงานต่างด้าวในจังหวัดระนองสาเหตุจากความต้องการแรงงานบางประเภทของผู้ประกอบการในประเทศไทยเช่นแรงงานด้านการประมง ด้านการเกษตร ซึ่งผู้ประกอบการ ต้องการแรงงานราคาถูกเพื่อให้สามารถแข่งขันทางการค้าได้ จึงทำให้มีความต้องการแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการหลบหนีเข้าเมืองเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปรากฏว่า มีแรงงานต่างด้าวบางกลุ่มใช้เป็นช่องทางในการหลบหนีเข้าเมืองในรูปแบบต่างๆ เช่น การทำบัตรผ่านแดนปลอม, การใช้บัตรผ่านแดนเข้าเมืองแล้วไม่เดินทางกลับ แต่คงพำนักอยู่ในพื้นที่เช่นในพื้นที่หรือหลบหนีเดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่น อีกช่องทางคือการหลบหนีเข้ามาตามช่องทาง ท่าข้าม ท่าเรือตามแนวชายแดน โดยการหลบหนีเข้ามาในลักษณะนี้จะมีกลุ่มขบวนการลักลอบนำพา ทั้งฝ่ายไทย และฝ่ายพม่าคอยให้การสนับสนุนโดยเรียกรับผลประโยชน์จากแรงงานต่างด้าว ซึ่งมักจะทำกันเป็นกลุ่มหรือขบวนการ

สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้มีการหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าด้านจังหวัดระนอง อาจจะมาจากปัจจัยของสภาพที่ตั้งซึ่งมี ลักษณะพรมแดนมีทั้งที่เป็นดินแดน ลำน้ำ และน่านน้ำทะเลอันดามัน ซึ่งเอื้อต่อการหลบหนีเข้าเมือง หรือ  จากความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศพม่า ทั้งนี้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า แม้ว่าจะต้องเสี่ยงต่อการจับกุมของฝ่ายไทย และประการสุดท้ายจากความต้องการแรงงานบางประเภทของผู้ประกอบการในประเทศไทยซึ่งผู้ประกอบการต้องการแรงงานราคาถูกส่งผลให้เกิดการหลบหนีเข้าเมืองเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากที่จังหวัดระนองจะประสบปัญหาเรื่องแรงงานต่างด้าวนี้แล้ว จังหวัดตากก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ประสบปัญหา คนค้าคน เช่นกัน หลังจากเกิดปัญหาขบวนการ คนค้าคน เข้ากว้านซื้อแรงงานต่างด้าว จากพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก ส่งให้กับนายจ้างจากหลายจังหวัดในพื้นที่ชั้นในของประเทศ ทั้งจากอีสาน กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีการส่งแรงงานต่างด้าวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 48 จนถึงปัจจุบัน โดยมี เงินค่าหัวคิว เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนในราคาเฉลี่ยตั้งแต่ 10,000 - 40,000 บาทต่อคน จนก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ มากมาย และตามข้อมูลแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองทั้ง 3 สัญชาติ คือ พม่า, ลาวและกัมพูชา ที่ได้จดทะเบียนราษฎรต่างด้าวไว้กับกรมการปกครองทั้งประเทศ ที่มีจำนวนมากถึง 1,161,013 คน นั้น ย่อมประสบปัญหาการยอมรับกลับโดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า หากในอนาคตอีก 10-20 ปีข้างหน้าลูกหลานของแรงงานพวกนี้เกิดมา เราจะให้สัญชาติเขาอย่างไร

ด่านอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายถือเป็นสวรรค์ของนักเสี่ยงโชคในการลักลอบเดินทางไปเล่นการพนันด้านกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ได้เคยแจ้งจังหวัดที่มีบ่อนการพนัน บริเวณชายแดนในเขตประเทศเพื่อนบ้าน อีกจำนวน 6 จังหวัด ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดสุรินทร์ สระแก้ว จันทบุรี ตราด ตากและระนอง ให้ประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ด้านการข่าว เพื่อหาข้อมูลกลุ่มบุคคล อาทิ บริษัทประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมชักจูงคนไทยเดินทางไปเล่นการพนันในประเทศเพื่อนบ้าน หากมีข้อมูลดังกล่าวในพื้นที่ให้เพิ่มมาตรการเข้มงวดกับกลุ่มบุคคลเหล่านั้นและไม่อำนวยความสะดวกในการสัญจรข้ามแดน รวมถึงการจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ผลเสียจากการเดินทางไปเล่นการพนันบริเวณสถานที่ราชการ ตลอดจนด่านตรวจคนเข้าเมืองตามเส้นทางที่ใช้เดินทางไปยังสถานที่รับ - ส่งของบ่อนการพนันในประเทศเพื่อนบ้าน

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ แรงงานต่างด้าว หรือบ่อนการพนัน ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติทั้งสิ้น เพราะสิ่งต่าง ๆ ที่ตามมาหลังจากปัญหาเหล่านี้ประเทศไทยของเราก็ต้องเป็นประเทศที่แก้ปัญหาอยู่ร่ำไป แม้ว่าจะมีมาตรการในการตรวจทำบัตรผ่านแดน ตรวจคนเข้าเมือง และจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ผลเสียจากการเดินทางไปเล่นการพนันแล้วก็ตาม แม้ว่าการท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนสินค้าแถบชายแดนทำให้เศรษฐกิจของไทยสะพัดแต่หากมองย้อนถึงผลเสียก็มีมากมายเช่นกันเป็นเหมือน ดาบสองคมอย่างไรก็ตามต้นเหตุของการกระทำผิดนั้นอยู่ในจิตใจของแต่ละคน ที่เห็นแก่ได้ และแม้ว่ามันจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็ยังดีกว่ารู้แล้วไม่ทำอะไรเลย.....จริงไหมครับ

 

ขอได้รับความขอบคุณจาก

 

- ประชาชาติธุรกิจ โดย จุมพล สายแวว
- คม ชัด ลึก http://www.komchadluek.net
- ผู้จัดการออนไลน์

- ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมการปกครอง กรมการปกครอง : บำบัดทุกข์ บำรุงสุข

- http://www.psunews.net/

- หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2269 11 พ.ย.  - 14 พ.ย. 2550

และข้อมูลบางส่วนจาก http://gotoknow.org/blog/people-management/233160