การเพาะพันธุ์ปลาบอลลูน

การเพาะพันธุ์ปลาบอลลูน
ปลาบอลลูนเป็นปลามอลลี่ที่นำมาผสมแบบเลือดชิดจนเกิดร่างกายสั้นป้อม
คัดเลือก และพัฒนามาจากความผิดปกติของปลามอลลี่ (molly) ที่มีลำตัวสั้นกว่าปกติมาผสมพันธุ์กันทำให้ได้ลูกหลานที่มีลำตัวสั้น เป็นปลาที่อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาหางนกยูง ปลาสอดและ
ปลาแพทตี้
          ปลาบอลลูนจัดเป็นปลาในกล่มออกลูกเป็นตัวชนิดหนึ่งที่นอกจากจะเลี้ยงง่ายแล้วยังเพาะพันธุ์ง่ายด้วย การเพาะพันธุ์ปลาบอลลูนนั้นสามารถเพาะเลี้ยงได้ทั้งในบ่อซีเมนต์และในกระชังซึ่งมีขั้นตอนและวิธีการดังต่อไปนี้คือ
          การเพาะเลี้ยงในบ่อซีเมนต์
          มีวิธีการเลี้ยงคล้าย ๆ กับการเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูงในบ่อซีเมนต์คือ นำพ่อแม่พันธุ์ อายุประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไป ปล่อยลงในบ่อซีเมนต์ ขนาดตามสะดวก และความต้องการของท่านว่าจะอยากได้ การผสมแนะนำให้ใช้อัตราส่วนเพศผู้ : เพศเมียเท่ากับ 1:4  ถ้าบ่อขนาด 3 x3 เมตร ระดับน้ำ 30 เซนติเมตรสามารถปล่อยพ่อแม่พันธุ์ได้ประมาณ 1,000 ตัว (100-120 ตัว/1 ตารางเมตร) แม่ปลาจะตั้งท้องประมาณ 28-35 วันและให้ลูกปลา 10-30 ตัว/แม่ปลา 1 ตัว แม่ปลาแต่ละรุ่นอายุไม่ควรเกิน 7-8 เดือน ควรนำปลารุ่นใหม่มาเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป
           เมื่อแม่ปลาให้ลูกจะต้องคอยตักลูกปลาทุกวันเพื่อไม่ให้มันกินลูก แล้วนำไปล่อยในบ่อนุบาลเพื่ออนุบาลต่อไป บ่ออนุบาลควรมีขนาด 1-6 ตารางเมตรโดยปล่อยในความหนาแน่น 120-200 ตัว/1 ตารางเมตร การอนุบาลช่วงแรกให้กินไรแดง 2 มื้อ เช้า-เย็น จนกระทั้งอายุได้ 1 เดือน แต่ขึ้นอยู่กับสถานที่เลี้ยงว่าสามารถหาไรแดงได้สะดวกหรือไป ถ้าไม่สามารถหาไรแดงได้เมื่อปลามีอายุ 2 สัปดาห์ไปแล้ว สามารถให้อาหารผสมแทนในมื้อเย็นได้ เมื่อลูกปลาอายุ 1 เดือน ทำการคัดขนาด แยกเพศและคัดปลาพิการออก ส่วนการถ่ายน้ำและการจัดการบ่อสามารถกระทำได้เมื่อลูกปลามีอายุ 3 สัปดาห์ไปแล้ว โดยถ่ายน้ำประมาณ 80% แล้วเติมน้ำใหม่ให้เท่ากับส่วนที่ถ่ายออก
            ทำการเลี้ยงลูกปลาต่อในความหนาแน่นประมาณ 60-80 ตัว/1 ตารางเมตร เลี้ยงต่อจนอายุได้ 2-2.5 เดือนก็สามารถคัดขนาดอีกครั้งเพื่อจำหน่ายได้ การเลี้ยงปลารุ่นนี้สามารถให้กินอาหารผสมในมื้อเย็นหรือถ้าไม่มีไรแดงก็สามารถให้กินอาหารผสมทั้ง 2 มื้อเช้าเย็นได้ การถ่ายน้ำและการจัดการบ่อในระยะนี้ ควรมีการถ่ายน้ำทุกสัปดาห์ ๆ ละ 1 ครั้งโดยถ่ายน้ำออกทั้งหมดแล้วเติมน้ำใหม่จนเท่าระดับน้ำเดิม สาเหตุที่ต้องถ่ายน้ำหมดเนื่องจากปลารุ่นมีการให้อาหารผสมสลับกับอาหารมีชีวิตคือไรแดง จึงมีส่วนของเศษอาหารที่หลงเหลือจากการกินและส่วนที่เป็นสิ่งขับถ่ายออกมาจากตัวปลา ทำให้น้ำมีคุณภาพไม่ดีเร็วยิ่งขึ้นและจะขุ่นตลอดเวลา การเปลี่ยนถ่ายน้ำทั้งหมดจะช่วยเพิ่มอัตราในการเจริญเติบโต แต่ควรพึงระวังคุณสมบัติน้ำที่เปลี่ยนถ่ายควรจะใกล้เคียงกับน้ำเก่าในบ่อ

          ให้ระวังคางคก หรืออึ่งอ่าง หรือกบ ลงไปกินให้หมั่นตรวจสอบจุดที่มันสามารถซ่อนได้ และบริเวณใต้ก้นบ่อ ใต้ขอบบ่อ บริเวณพื้นน้ำ และหิน
 
 
 
 
 แหล่งอ้างอิง http://www.pla.in.th/xn--s3cu3b/thread-2-1-1.html