รายงานการวิจัย เรื่อง

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ผังมโนทัศน์ช่วยในการสรุปบทเรียน วิชาวิทยาศาสตร์

เรื่อง  สารและสมบัติของสาร  ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้วิจัย

อมรรัตน์  อยู่แบน  รหัส  50551701112

ครู  โรงเรียนศึกษาสมบูรณ์อนุสรณ์  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เอกสารนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชา EER5402

การวิจัยทางการศึกษาและการวิจัยในชั้นเรียน หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู

คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

กันยายน 2551

 

เรื่อง  การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ผังมโนทัศน์ช่วยในการสรุปบทเรียน วิชาวิทยาศาสตร์

        เรื่อง   สารและสมบัติของสาร  ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1

ผู้วิจัย   อมรรัตน์  อยู่แบน  ครู  กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ โรงเรียนศึกษาสมบูรณ์อนุสรณ์

 

 

บทคัดย่อ

 

          รายงานการวิจัย เรื่อง การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ผังมโนทัศน์ ช่วยในการสรุปบทเรียน มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของการใช้ผังมโนทัศน์ช่วยในการสรุปบทเรียน เรื่องสารและสมบัติของสาร วิชา วิทยาศาสตร์ และศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาที่เรียนโดยใช้ผังมโนทัศน์ช่วยสรุปบทเรียน เรื่องสารและสมบัติของสาร วิชาวิทยาศาสตร์

           

            การวิจัยนี้เป็นวิธีการวิจัยเชิงทดลองแบบหนึ่งกลุ่มวัดก่อนเรียน-หลังเรียน กลุ่มทดลองได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1ปี จำนวน 30 คน  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ผังมโนทัศน์ ช่วยในการสรุปบทเรียน เรื่องสารและสมบัติของสาร และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น การเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วยการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน  ทดลองสอนโดยใช้ผังมโนทัศน์ช่วยสรุปบทเรียน และ เมื่อนักศึกษาเรียนจบแล้วทำการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียน   การวิเคราะห์ข้อมูลได้วิเคราะห์ประสิทธิภาพของบทเรียนและค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ และคำนวณหาค่าสถิติร้อยละและทดสอบความแตกต่างระหว่างผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน ใช้สถิติ  t-test 

 

ผลวิจัยพบว่า การใช้ผังมโนทัศน์ช่วยสรุปบทเรียนที่พัฒนาขึ้นครั้งนี้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนโดยใช้ผังมโนทัศน์ช่วยสรุปบทเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ.05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยที่ตั้งไว้  

 

 

 

 

 

 


การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ผังมโนทัศน์ช่วยในการสรุปบทเรียน วิชาวิทยาศาสตร์

เรื่อง  สารและสมบัติของสาร  ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1

อมรรัตน์  อยู่แบน ครู กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ โรงเรียนศึกษาสมบูรณ์อนุสรณ์

 

 

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

            จากการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ เมื่อให้นักเรียนสรุปบทเรียนหลังจากการเรียน การสอน  นักเรียนจะใช้วิธีขีดเส้นใต้ใจความสำคัญ ๆ  แล้วนำข้อความนั้น ๆ มาเขียนเรียงต่อกัน  โดยไม่มีการเชื่อมโยงเนื้อหาใช้ภาษาของตนเอง  ทำให้เนื้อหาและใจความสำคัญไม่เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน  ส่งผลให้นักเรียนจดจำเนื้อหาได้ในระยะเวลาสั้น ๆ 
            ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงใช้วิธีการช่วยให้ผู้เรียนสรุปสาระสำคัญได้  โดยการใช้ผังมโนทัศน์  ระบายสีให้สวยงาม   เพราะการใช้ผังมโนทัศน์เป็นการจัดกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ  และเป็นการเชื่อมโยงกระบวนการคิดอย่างต่อเนื่อง  สามารถเชื่อมโยงความรู้และกระบวนการคิดไปยังองค์ความรู้อื่น  เพื่อให้เกิดเป็นความรู้ในองค์รวมและเป็นความรู้ถาวร  ได้แสดงออกทางศิลปะอย่างมีความสุข สนุกกับการเรียนส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น

          ดังนั้น ผู้วิจัยจึงเห็นว่าการนำเอาผังมโนทัศน์มาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนช่วยในการสรุปบทเรียนจะทำให้เกิดการเรียนรู้ตามความสามารถของผู้เรียนอย่างสร้างสรรค์ และเป็นระบบ เกิดการเชื่อมโยงความคิดอย่างต่อเนื่องเกิดเป็นองค์ความรู้ถาวรขึ้น จากเหตุผลที่กล่าวมา จึงทำให้ผู้วิจัยสนใจการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ผังมโนทัศน์ช่วยในการสรุปบทเรียน วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง  สารและสมบัติของสาร  ขึ้นมาเพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังที่กล่าวมาข้างต้น

 

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

  การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

         1.สร้างและหาประสิทธิภาพของการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ผังมโนทัศน์ช่วยในการสรุปบทเรียน วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง  สารและสมบัติของสาร ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80

2. ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สารและสมบัติของสาร วิชา วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนที่

เรียนโดยใช้ผังมโนทัศน์ช่วยในการสรุปบทเรียน

 


ขอบเขตของการวิจัย

1. ประชากรที่ใช้ในการศึกษาเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ปีการศึกษา 2551  โรงเรียนศึกษาสมบูรณ์อนุสรณ์ จำนวน 30 คน ที่เรียนวิชาวิทยาศาสตร์

2. เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง  สารและสมบัติของสาร ซึ่งมีเนื้อหาทั้งหมด 7 หัวข้อคือ สารและสมบัติของสาร การจำแนกสารออกเป็นหมวดหมู่  ธาตุและสารประกอบ  สารละลาย  คอลลอยด์ สารแขวนลอย และการแยกสาร แต่ละหัวข้อจะมีแบบฝึกหัดให้นักเรียนฝึกทำ  ถ้าการเรียนในบทเรียนได้เสร็จสิ้นลงแล้ว จะมีการให้สรุปในรูปผังมโนทัศน์ในแต่ละหัวข้อ และการทำแบบฝึกหัดสามารถย้อนกลับไปดูโจทย์แบบฝึกหัดและแก้ไขได้ และมีการเฉลยไห้ฟัง

3.ตัวแปรการวิจัยประกอบด้วย

           ตัวแปรต้นได้แก่ ผังมโนทัศน์ช่วยในการสรุปบทเรียน เรื่อง  สารและสมบัติของสาร วิชาวิทยาศาสตร์

                        ตัวแปรตามได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

 

สมมติฐานการวิจัย

1. การใช้ผังมโนทัศน์ช่วยในการสรุปบทเรียน เรื่อง  สารและสมบัติของสาร วิชาวิทยาศาสตร์ มีประสิทธิภาพ  ตามเกณฑ์ 80/80

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง สารและสมบัติของสาร ของนักเรียนหลังเรียนโดยใช้

ผังมโนทัศน์ช่วยในการสรุปบทเรียน สูงกว่าก่อนเรียนด้วยผังมโนทัศน์ช่วยในการสรุปบทเรียน

 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1.ได้ใช้ผังมโนทัศน์ช่วยในการสรุปบทเรียน เรื่อง สารและสมบัติของสาร ในรายวิชา วิทยาศาสตร์ ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80

2.ได้ทราบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องสารและสมบัติของสาร ในรายวิชา วิทยาศาสตร์ ของนักศึกษาที่เรียนโดยใช้ผังมโนทัศน์ช่วยในการสรุปบทเรียน

3.เป็นแนวทางในการสร้างและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ผังมโนทัศน์ ช่วยสรุปบทเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์  และวิชาอื่นๆอีกต่อไป

4.ได้สื่อการเรียนการสอน สำหรับใช้เพื่อการเรียนการสอน ทบทวนบทเรียนได้อีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากตำราเรียน และสามารถแก้ปัญหาเรื่องการจดจำเนื้อหาได้ในระยะเวลาสั้น ๆ 

 


นิยามศัพท์ปฏิบัติการ

         

            1. มโนทัศน์(Concept Map)  หมายถึง  ความคิด  ความเข้าใจที่สรุปเกี่ยวกับการจัดกลุ่ม  สิ่งใดสิ่งหนึ่ง  หรือ  เรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เกิดจากการสังเกต  หรือการได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งนั้นหรือเรื่องนั้น  แล้วใช้คุณลักษณะหรือคุณสมบัติที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน  จัดเข้าเป็นกลุ่มเดียวกัน  ซึ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจสิ่งต่างๆได้ง่ายขึ้น 

            2. กรอบมโนทัศน์  หมายถึง  แผนผังหรือแผนภาพ  ที่แสดงความสัมพันธ์ของมโนทัศน์  เรื่องใดเรื่องหนึ่ง  อย่างมีระบบ และเป็นลำดับขั้น  โดยอาศัยคำหรือข้อความเป็นตัวเชื่อมให้ความสัมพันธ์ของมโนทัศน์ต่างๆเป็นไปอย่างมีความหมาย  ซึ่งอาจจะมีทิศทางเดียว  สองทิศทาง  หรือมากกว่าก็ได้  กรอบมโนทัศน์ในบางครั้งอาจเรียกว่า  แผนภาพโครงเรื่อง

           3. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง ความชำนาญและความคล่องแคล่วในการคิดและปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เพื่อใช้ในการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ

4. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คะแนนทดสอบก่อนและหลังการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

5.ประสิทธิภาพของผังมโนทัศน์ช่วยสรุปบทเรียน หมายถึง คุณภาพของผังมโนทัศน์ช่วยสรุปบทเรียนตามเกณฑ์ 80/80

80      ตัวแรกหมายถึง กลุ่มตัวอย่างสามารถทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนโดยใช้ผังมโนทัศน์ช่วยสรุปบทเรียน ได้ถูกต้องเฉลี่ยร้อยละ 80

80    ตัวหลังหมายถึง กลุ่มตัวอย่างสามารถทำแบบทดสอบหลังเรียนเนื้อหาครบถ้วนแล้วได้ถูกต้องเฉลี่ยร้อยละ 80

 

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ความหมายของความคิดเชิงมโนทัศน์

            การคิดเชิงมโนทัศน์ คือ  “ความสามารถทางสมองในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูลทั้งหมดที่เป็นองค์ประกอบของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง   เรื่องใดเรื่องหนึ่งได้อย่างชัดเจน  โดยมีการจัดระบบ  จัดลำดับความสำคัญของข้อมูล เพื่อสร้างความคิดรวบยอดของสิ่งนั้นเรื่องนั้น”  การคิดเป็นการคิดแบบสังเคราะห์  คิดแบบวิเคราะห์ 

         


          รูปแบบการเรียนการสอนมโนทัศน์ (Concept Attainment Model)

 ทฤษฎี/หลักการ/แนวคิดของรูปแบบ

            จอยส์และวีล(Joyce & Weil, 1996: 161-178) (อ้างโดยทิศนา  แขมมณี (2545: 221-296))

พัฒนารูปแบบนี้ขึ้นโดยใช้แนวคิดของบรุนเนอร์  กู๊ดนาว  และออสติน (Bruner,  Goodnow, และ Austin) 

การเรียนรู้มโนทัศน์ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น สามารถทำได้โดยการค้นหาคุณสมบัติเฉพาะที่สำคัญของสิ่งนั้น

เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการจำแนกสิ่งที่ใช่และไม่ใช่สิ่งนั้นออกจากกันได้

            วิเชียร มหาพรหม (2549) ผังมโนทัศน์ หรือ(Concept Map) คือแผนภาพแทนความคิดที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่มีความหมายระหว่างความคิดรวบยอดต่าง ๆ โดยอยู่ในรูปของข้อความ อาจเป็นฉลากความคิดรวบยอดสองอัน หรือมากกว่านั้น มาเชื่อมโยงกันด้วยถ้อยคำที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ หรือความเกี่ยวข้องระหว่าง ความคิดรวบยอดนั้น ๆ Concept Map สามารถอยู่ในรูปแบบ ของแผนภูมิใยแมงมุม (Spider chart) แผนภูมิองค์กร (Organization chart) หรือ แผนผังสาย (flow diagram) ทั้งนี้รูปแบบของ Concept Map ที่มีประโยชน์มากสำหรับการเรียนการสอนมักจะเป็นรูปแบบที่เรียงลำดับตามความสำคัญ (Hierarchical organization) วางความคิดรวบยอดทั่วไปและกว้างๆ กว่าอันอื่น ไว้ด้านบน แล้วจึงค่อยวางความคิดรวบยอดที่มีความชัดเจนและชี้เฉพาะมากขึ้น เป็นลำดับลงมาที่ด้านล่าง  

          รูปแบบของกรอบมโนทัศน์

1.      Concept Map         ผังมโนทัศน์

2.      Mind Map               แผนที่ความคิด

3.      Web  Diagram        แผนผังใยแมงมุม

4.      Tree  Structure      แผนภูมิโครงสร้างต้นไม้

5.      Venn  Diagram       แผนภูมิเวนน์

6.      Descending Ladder แผนภูมิขั้นบันได

7.      Cycle  Graph         แผนภาพวงจร

8.      Flowchart  Diagram แผนผังการดำเนินงาน

9.      Matrix Diagram       แผนภาพแสดงความสัมพันธ์

10.  Fishbone Map        แผนผังก้างปลา

11.  Interval  Graph      แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของเหตุการณ์

12.  Order  Graph         แผนภาพแสดงลำดับเหตุการณ์

13.  Clissification  Map แผนผังแสดงความสัมพันธ์แบบจำแนกประเภท

 

         


          ขั้นตอนในการสร้าง ผังมโนทัศน์ ภาศวรรณ  เนื่องสิทธะ. (2551) 

บันทึกนี้เขียนโดย  เมื่อ 

เข้าระบบ ให้ดาว ไม่ให้แล้ว   บันทึกนี้ยังไม่ได้ดาวได้ดาว {{ l3nr.actionable.vote_counter }}
แจมด้วย
Fri Mar 27 2009 12:13:49 GMT+0700 (ICT)

ดีมาก

สมบูณ
Tue Jun 23 2009 09:44:54 GMT+0700 (ICT)

ทำเป็นไมแมบปิ้งดิ

ธนวัฒน์
Tue Jun 23 2009 09:46:50 GMT+0700 (ICT)

เปรมง่าว

สหรัฐ
Tue Jun 23 2009 09:49:08 GMT+0700 (ICT)

โดดกะเทย อบจ.ชร.

อเมริกา
Thu Aug 27 2009 18:21:13 GMT+0700 (ICT)

ทัมเปณมายแมบเดะ

aew
Sun Feb 13 2011 22:13:04 GMT+0700 (ICT)

น่าสนใจดีค่ะ...จะลองนำไปปรับใช้กับเด็กประถมบ้าง

Mon Apr 11 2011 10:47:01 GMT+0700 (ICT)

ดีค่ะ

Thipsutha
Mon Jul 04 2011 16:39:18 GMT+0700 (ICT)

เป็นงานวิจัยที่ดีมาก

{{ comment.user.fullname }}
{{ comment.name }}
เพิ่มความเห็น
{{ l3nr.current_user.fullname }} - เพิ่มความเห็น