จงตอบคำถามต่อไปนี้

1. สื่อโฆษณาแพร่ภาพกระจายเสียงหมายถึงอะไร มีอะไรบ้าง

            ตอบสื่อโฆษณากระจายเสียงและแพร่ภาพ (The Broadcast Media) เป็นสื่อโฆษณาที่

สามารถนำเสนอข่าวสารด้วยภาพ เสียง การเคลื่อนไหวรวมทั้งเสียงประกอบ ซึ่งมีความน่าสนใจและสามารถทำให้ผู้รับข่าวสารเกิดความเข้าใจได้มากกว่าการอ่าน ทั้งยังเป็นสื่อโฆษณาที่ได้รับความนิยมแพร่หลายเป็นอย่างมากในการโฆษณาระดับชาติและระดับท้องถิ่น เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง สื่อโฆษณากระจายเสียงและแพร่ภาพได้แก่ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และโรงภาพยนตร์

2. การโฆษณาทางวิทยุกระจายเสียงมีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง

            ตอบ ระบบการกระจายเสียงของวิทยุในประเทศไทยมี 2 ระบบ ซึ่งมีความแตกต่างกัน

ในด้านคุณภาพของการรับฟังและกลุ่มผู้ฟังดังนี้ (Wells, Burnett and Moriarty, 2000, p.270)

1.1 ระบบ AM (Amplitude Modulation) เป็นการกระจายเสียงโดยการผสมคลื่นเสียงกับคลื่นวิทยุทางส่วนสูง ซึ่งเมื่อผสมแล้วยอดคลื่นจะมีความสูงไม่เท่ากัน ทำให้ได้รับสัญญาณรบกวนจากคลื่นอื่นที่มีความถี่ใกล้เคียงกัน คุณภาพของเสียงจึงไม่ชัดเจน แต่สามารถกระจายเสียงได้ระยะไกลเพราะมีการสะท้อนจากชั้นบรรยากาศ ผู้ฟังส่วนใหญ่จึงเป็นประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัด1.2 ระบบ FM (Frequency Modulation) เป็นการกระจายเสียงโดยการผสมคลื่นเสียงกับคลื่นวิทยุทางแนวนอน ทำให้ยอดคลื่นมีความสูงเท่ากันตลอด การรบกวนจากคลื่น

อื่นจึงแทรกได้ยาก คุณภาพของเสียงจึงชัดเจน มีความไพเราะ แต่ไม่สามารถกระจายเสียงได้ไกลเพราะคลื่นตรง ไม่สามารถทะลุสิ่งกีดขวางเช่น ภูเขาหรืออาคารสูงได้ ผู้ฟังส่วนใหญ่จึงเป็นประชาชนที่อยู่ในเมืองใกล้สถานี

วิทยุกระจายเสียง เป็นสื่อโฆษณาที่สามารถเลือกอาณาเขตภูมิศาสตร์ได้ตามต้องการ โดยเลือกสถานีที่ส่งกระจายเสียงในท้องถิ่นนั้น ๆ และยังเลือกกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายได้ตามประเภทของรายการที่ออกอากาศ

3. การซื้อเวลาสำหรับการโฆษณาทางวิทยุกระจายเสียงมีกี่ลักษณะ อะไรบ้าง

            ตอบ การโฆษณาทางวิทยุกระจายเสียงในลักษณะของสปอต (Spot) ซึ่งคิดตามความยาวของเวลาที่โฆษณาออกอากาศในแต่ละครั้ง โดยทั่วไปนิยมใช้ความยาว 30 วินาที การซื้อเวลาออกอากาศแบ่งเป็น 3 ลักษณะดังนี้ .1 การโฆษณาโดยการซื้อรายการ (Sponsor Program) เป็นการโฆษณาที่ผู้ดำเนินรายการพูดถึงสินค้าในรายการสลับไปกับการเปิดโฆษณา อาจมีการโฆษณาโดยเจ้าของสินค้ารายเดียวหรือเป็นการโฆษณาร่วมกันตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป3.2 การโฆษณาแบบสปอต( Spot) เป็นการซื้อช่วงเวลาโฆษณาตามที่ต้องการ

โดยคั่นอยู่ระหว่างรายการต่อรายการ3.3 รายการสารคดีสั้น เป็นการโฆษณาแนวใหม่ ที่ให้ข่าวสารความรู้ต่าง ๆ

ที่น่าสนใจแก่ผู้ฟัง อาจเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการ ทำให้ผู้ฟังเกิดความสนใจอยากติดตามจึงถือเป็นการประชาสัมพันธ์หรือสร้างภาพพจน์ให้แก่สินค้าหรือบริการ

4. จงอธิบายถึงข้อดีและข้อจำกัดของวิทยุกระจายเสียงในบทบาทของสื่อโฆษณา

            ตอบข้อดีของสื่อวิทยุกระจายเสียง มีหลายประการ เช่น4.1.1 มีการกระจายเสียงครอบคลุมพื้นที่ได้อย่างกว้างขวาง มีจำนวนสถานีมาก ทำให้สามารถส่งข่าวสารไปยังผู้ฟังได้จำนวนมาก4.1.2 มีความรวดเร็วในการส่งข่าวสาร ทำให้ผู้ฟังได้รับข่าวสารอย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์4.1.3 เป็นสื่อที่มีผลทางจิตวิทยาสูง เพราะน้ำเสียง ลีลาในการพูดหรือเสียงประกอบ สามารถทำให้เกิดจินตนาการได้เป็นอย่างดี4.1.4 เป็นสื่อที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับสื่ออื่น ๆ ทำให้สามารถสร้างความถี่และการเข้าถึงผู้บริโภคได้มาก4.1.5 สามารถเลือกกลุ่มผู้ฟังได้ โดยเลือกโฆษณาในรายการหรือเวลาที่เหมาะสมกับสภาพตลาดและสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี4.1.6 เป็นสื่อที่มีความยืดหยุ่น ผู้โฆษณาสามารถปรับเปลี่ยนข้อความโฆษณาให้เหมาะสมกับสภาพตลาดและสถานการณ์ได้อย่างง่ายดาย

4.2 ข้อจำกัดของวิทยุกระจายเสียง มีหลายประการ เช่น4.2.1 มีข้อจำกัดด้านการสร้างสรรค์ ขาดการจูงใจด้านภาพ ไม่สามารถสาธิตการทำงานของสินค้าหรือบริการได้4.2.2 อายุของข่าวสารสั้น หากผู้ฟังพลาดรายการโฆษณา จะไม่สามารถย้อนมารับฟังได้อีก4.2.3 มีการแบ่งแยกกลุ่มผู้ฟัง เพราะมีรายการให้เลือกฟังมาก ผู้ฟังสามารถเลือกฟังได้หลายสถานี อาจทำให้พลาดข่าวสารที่นำเสนอ4.2.4 มีความยุ่งยากในการซื้อสื่อ เนื่องจากมีจำนวนสถานีมากทำให้ยากต่อการเลือกเวลาและสถานี 4.2.5 ข้อมูลวิจัยผู้ฟังมีจำกัด มีปัญหาในการวัดปริมาณผู้ฟัง ทำให้ผู้วาง

แผนโฆษณาขาดข้อมูลที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการซื้อเวลา

5. การจำแนกรายการวิทยุโทรทัศน์ตามสาระและวัตถุประสงค์ของรายการ มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

            ตอบ 1.1 จำแนกตามสาระและวัตถุประสงค์ของรายการ การจำแนกประเภทของรายการตามสาระและวัตถุประสงค์ของรายการแบ่งได้เป็น 4 ประเภทดังนี้ 1.1.1 รายการประเภทข่าว เป็นรายการที่เสนอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเพื่อให้ผู้ชมได้ทราบข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น อาจเป็นเหตุการณ์สำคัญหรือเหตุการณ์ใกล้ตัวผู้ชม นับเป็นรายการที่สำคัญและมีบทบาทมากในปัจจุบัน1.1.2 รายการประเภทความรู้ เป็นรายการที่เสนอความรู้ต่าง ๆ แก่ผู้ชมเพื่อเสริมประสบการณ์ชีวิตในด้านต่าง ๆ เช่น สุขภาพ เทคโนโลยี เศรษฐกิจ การเมือง การ

เกษตร การบริโภค รวมทั้งด้านการศึกษาโดยตรงเช่น รายการของมหาวิทยาลัยรามคำแหงมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช1.1.3 รายการประเภทบันเทิง เป็นรายการที่มุ่งให้ผู้รับเกิดความสนุกสนาน

เพลิดเพลินเป็นหลักเช่น รายการดนตรี ละคร เกมโชว์ กีฬาหรือรายการบันเทิง เป็นรายการ

ที่มีสัดส่วนมากที่สุดของแต่ละสถานี1.1.4 รายการประเภทโฆษณาและบริหารธุรกิจ เป็นรายการที่มุ่งให้ผู้ชม

เกิดความรู้สึกคล้อยตามคุณภาพของสินค้าหรือบริการที่ผู้โฆษณานำเสนอ รวมทั้งรายการที่เน้นถึงการสร้างสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างผู้ชมกับหน่วยงานต่าง ๆ

6. การจำแนกรายการวิทยุโทรทัศน์ตามกลุ่มเป้าหมายมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

            ตอบ จำแนกตามกลุ่มเป้าหมาย ผู้ชมรายการเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ผู้

โฆษณาต้องให้ความสนใจ โดยเลือกนำเสนอสิ่งที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์และบรรลุวัตถุ

ประสงค์ตามแผนที่วางไว้ การจำแนกรายการตามกลุ่มเป้าหมายมีดังนี้ (ณัฐญา นาคะสันต์,

2545)1.2.1 รายการสำหรับเด็ก เป็นรายการที่จัดขึ้นสำหรับเด็กโดยเฉพาะ โดยมุ่งให้สาระความบันเทิงแก่เด็กในวัยต่าง ๆ1.2.2 รายการสำหรับวัยรุ่น เป็นรายการสำหรับคนหนุ่มสาว มักเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก การปรับตัวหรือการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงการเปลี่ยนแปลงจากเด็กไปสู่การเป็นผู้ใหญ่1.2.3 รายการสำหรับแม่บ้าน เป็นรายการที่จัดขึ้นสำหรับสตรีในกลุ่มแม่บ้าน เพื่อมุ่งเสริมสร้างความรู้ความบันเทิงเช่น วิธีทำอาหาร การเลี้ยงบุตร การเย็บปักถักร้อยการดูแลบ้าน1.2.4 รายการอาชีพ เป็นรายการที่เสนอสาระความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพต่าง ๆเพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาอาชีพให้ดียิ่งขึ้นเช่น ช่างเสริมสวย ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า

7. การจำแนกรายการวิทยุโทรทัศน์ตามรูปแบบของรายการมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

            ตอบ1.3 การจำแนกตามรูปแบบของรายการ รายการโทรทัศน์ต่าง ๆ มีวิธีการในการเสนอเนอื้หาสาระไดห้ ลายรปู แบบไดแ้ก  1.3.1 แบบพูดหรือแบบบรรยายคนเดียว (Monologue Programme) เป็นรายการที่มีผู้ดำเนินรายการมาพูดกับผู้ชมเพียงคนเดียว โดยผู้ดำเนินรายการต้องมีความรู้ความสามารถในการพูดและเสนอเนื้อหาสาระ โดยมีภาพหรือภาพยนตร์ประกอบเช่น รายการจับกระแสโลก รายการย้อนรอย รายการถอดรหัส รายการทำผิดอย่าเผลอ1.3.2 แบบสนทนา (Dialogue Programme) เป็นรายการที่มีผู้ดำเนินรายการมากกว่า 1 คน มาสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเช่น รายการกรองสถานการณ์ รายการคุยอย่างเสรี1.3.3 แบบอภิปราย (Discussion Programme) เป็นรายการที่มีผู้ดำเนินการอภิปราย โดยป้อนคำถามให้ผู้ร่วมอภิปรายตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยแต่ละคนจะแสดงความคิดเห็นของตนเองต่อประเด็นต่าง ๆ เช่น รายการมองต่างมุม รายการฟังความรอบข้าง รายการทุบโต๊ะ1.3.4 แบบสัมภาษณ์ (Interview Programme) เป็นรายการที่มีผู้ดำเนินรายการทำหน้าที่สัมภาษณ์วิทยากร มักเป็นเรื่องเกี่ยวกับ หน่วยงาน ผลงานบางอย่าง รวมทั้งความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองเช่น รายการเจาะใจ รายการเช้าวันนี1.3.5 แบบเกมหรือการตอบปัญหา (Quiz Programme) เป็นรายการที่จัดให้มีการแข่งขันระหว่างผู้ร่วมรายการด้วยการเล่นเกมหรือตอบปัญหาเช่น รายการแฟนพันธุ์แท้รายการชิงร้อยชิงล้าน รายการกำจัดจุดอ่อน รายการเกมเศรษฐี รายการแชมเปี้ยนเกม1.3.6 แบบสารคดี (Documentary Programme) เป็นรายการที่นำเสนอเนื้อหาสาระด้วยภาพและเสียงบรรยาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เช่น รายการโลกสีน้ำเงิน รายการสำรวจโลก รายการก้าวนำโลกกับ 9 SCI1.3.7 แบบละคร (Drama Programme) เป็นการเสนอเรื่องราวโดยการจำลองสถานการณ์เป็นละคร อาจเป็นเรื่องราวสาระที่เป็นความรู้ การรณรงค์ในเรื่องต่าง ๆ เช่นการประหยัดพลังงาน การดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สิน โดยให้ตัวละครนำเรื่องมาพูดคุยให้ข้อคิด ผู้ชมก็จะเรียนรู้จากคำพูดหรือเรื่องราวที่ตัวละครนำเสนอเช่น รายการแจ้งความ รายการล้านเจ็ดเคล็ดลับ1.3.8 แบบสาธิตและทดลอง (Demonstration and ExperimentProgramme) เป็นการอธิบายข้อเท็จจริงโดยการแสดงประกอบ เพื่อให้ผู้ชมทราบวิธีดำเนินงานเป็นลำดับขั้นเช่น การสาธิตทำอาหาร การขยายพันธุ์พืช การเล่นกีฬาเช่น รายการเกษตรลูกทุ่ง รายการเกษตรนำไทย รายการเมนูลูกรัก รายการกอล์ฟวาไรตี้1.3.9 แบบเพลงหรือดนตรี (Music Programme) เป็นรายการที่เสนอการบรรเลงดนตรี การใช้เพลงหรือการแสดงอื่น ๆ เช่น รายการไทยโชว์ รายการเวทีไท รายการ7 สีคอนเสิร์ต1.3.10 แบบนิตยสาร (Magazine Programme) เป็นรายการที่มีรูปแบบการนำเสนอแบบเดียวกับนิตยสารคือ มีการนำเสนอหลายรูปแบบในรายการเดียว โดยเชื่อมโยงส่วนต่าง ๆ ในรายการให้สอดคล้องกันเช่น รายการตี 10 รายการที่นี่ประเทศไทย รายการไอ.อี.โชว์ รายการบ้านเลขที่ 51.3.11 แบบถ่ายทอดสด (Live Programme) เป็นรายการที่ถ่ายทอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เช่น การถ่ายทอดพระราชพิธีต่างๆ การแข่งขันกีฬา การแสดงคอนเสิร์ตจะเห็นได้ว่ารายการวิทยุโทรทัศน์มีหลายประเภท หลายรูปแบบ บางรายการอาจจำแนกได้หลายประเภทขึ้นอยู่กับผลที่เกิดขึ้นกับผู้ชม ผู้โฆษณาจึงควรพิจารณาถึงการถ่ายทอดเนื้อหาสาระของรายการที่นำเสนอต่อผู้ชม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการโฆษณา

8. การโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์มีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง

            ตอบวิทยุโทรทัศน์เป็นสื่อโฆษณาที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการโฆษณา สามารถนำเสนอข่าวสารด้วยภาพและเสียง ทำให้ผู้รับข่าวสารมีความเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะมีการแพร่ภาพสินค้า มีการเคลื่อนไหว มีคำบรรยาย มีสีสันและเสียงเพลงประกอบเพื่อดึงดูดความสนใจให้ใช้สินค้าหรือบริการนั้น ๆ ลักษณะการโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์มีรูปแบบดังนี้ (Wells,Burnett and Moriarty, 2000, pp. 263 – 264)2.1 การโฆษณาด้วยการซื้อรายการ (Sponsorship) หมายถึง การซื้อรายการทั้งรายการหรือเป็นเจ้าของรายการเอง โดยโฆษณาเฉพาะสินค้าที่เป็นของบริษัทผู้โฆษณาเอง2.2 การโฆษณาแบบร่วมกัน (Participations) หมายถึง การเป็นผู้โฆษณา

ร่วมกัน โดยซื้อเวลาในการโฆษณาร่วมกันหลายรายในโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่ง 1 สปอตมี

ความยาว 30 วินาทีหรือ 60 วินาที อัตราค่าโฆษณาขึ้นอยู่กับความนิยมของรายการและความ

ครอบคลุมของสื่อ2.3 การโฆษณาแทรกรายการ (Spot Announcement) เป็นการโฆษณาที่

แทรกอยู่ในช่วงต้น ช่วงกลาง ระหว่างรายการหรือช่วงท้ายของรายการ โดยใช้ประโยคสั้น ๆ

ปิดท้าย เช่น ด้วยความปรารถนาดีจาก……. สนับสนุนรายการโดย………การโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ อาจมีความแตกต่างกันตามขอบเขตทางภูมิศาสตร์แต่โฆษณาส่วนใหญ่จะเป็นการโฆษณาระดับประเทศ ซึ่งเป็นการโฆษณาไปสู่กลุ่มเป้าหมายในจำนวนมาก เพื่อเป็นการแนะนำหรือเผยแพร่สินค้าหรือบริการ ไม่จำกัดเฉพาะลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

9. การซื้อเวลาสำหรับการโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์มีกี่ลักษณะ อะไรบ้าง

            ตอบ  การซื้อเวลาสำหรับการโฆษณาทางสื่อวิทยุโทรทัศน์

ในการโฆษณาทางสื่อวิทยุโทรทัศน์ ผู้โฆษณาหรือผู้อุปถัมภ์รายการ (Sponsor)

ต้องการซื้อเวลาในช่วงที่มีจำนวนผู้ชมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายชมรายการนั้นเป็นจำนวนมาก สถานี

โทรทัศน์จึงต้องจัดรายการโทรทัศน์ (Television Programming) เพื่อดึงดูดผู้ชมให้มากที่สุด

และเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด เพื่อขายเวลาสำหรับการโฆษณา การซื้อเวลาจาก

สถานีวิทยุโทรทัศน์มีดังนี้ (ปมุข ศุภสาร และชาญนริศ บุญพารอด, 2531, หน้า 28 – 29)

3.1 การเป็นผู้อุปถัมภ์รายการเพียงผู้เดียว (Single Sponsorship) เป็นการ

ซื้อเวลาตลอดทั้งรายการ เพื่อหวังผลในการประชาสัมพันธ์หรือสร้างภาพพจน์ที่ดีมากกว่าการ

กระตุ้นยอดขายโดยตรง ผู้โฆษณาจึงมักเป็นธุรกิจอุตสาหกรรมรายใหญ่ เพราะมีต้นทุนสูง

3.2 การเป็นผู้อุปถัมภ์รายการร่วมกัน (Multiple Sponsorship) เป็นการซื้อเวลาโดยผู้โฆษณาตั้งแต  2 รายขึ้นไป เพอื่ ลดตน้ ทนุ ในการโฆษณา โดยมวีตั ถปุ ระสงคเ์ชน่ เดยีวกับแบบที่ 1

3.3 การเป็นผู้ร่วมโฆษณารายย่อย (Participating Advertiser) เป็นการซื้อเวลาในช่วงเวลาสำหรับรายการโฆษณาในแต่ละรายการซึ่งเรียกว่า สปอตโฆษณา(Commercial Spot) มีความยาวตั้งแต่ 15 วินาที 30 วินาที 60 วินาที โดยอาจซื้อสปอตเดียว ครั้งเดียว ในรายการเดียวหรือซื้อแบบต่อเนื่องในระยะเวลาที่กำหนดก็ได้การเลือกช่วงเวลาออกอากาศตามจำนวนผู้ชมรายการแต่ละสถานี อาจมีความแตกต่างกัน ผู้โฆษณาจึงควรพิจารณาให้เหมาะสม ช่วงเวลาที่มีผู้ชมรายการโทรทัศน์มากที่สุดเรียกว่า พรีมไทม์ (Prime Time) รองลงมาเรียกว่า เดย์ไทม์ (Day Time) ส่วนช่วงเวลาที่มีผู้ชมน้อยเรียกว่า ฟรินจ์ไทม์ (Fringe Time) ช่วงเวลาที่ดีที่สุดอยู่ระหว่าง 19.00 . – 22.45 .เป็นเวลาระดับ A A เวลา 17.45 . - 20.00 . เป็นเวลาระดับ A เวลาตั้งแต่เปิดสถานีจนถึง17.30 . เป็นเวลาระดับ และเวลาตั้งแต่เปิดสถานีจนถึง 15.00 . เป็นเวลาระดับ C อัตราค่าเวลาสำหรับการโฆษณาขึ้นอยู่กัช่วงเวลาที่ออกอากาศ อย่างไรก็ตามการเลือกใช้สื่อโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ นอกจากการพิจารณาด้านคุณภาพของรายการ ความเหมาะสมกับสินค้าหรือบริการที่โฆษณา ต้องพิจารณาถึงด้านปริมาณผู้ชมรายการ ว่าสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากน้อยเพียงใด จะช่วยให้การโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ได้ผลดียิ่งขึ้น

10. จงอธิบายถึงข้อดีและข้อจำกัดของวิทยุโทรทัศน์ในบทบาทของสื่อโฆษณา

            ตอบ          4.1 ข้อดีของสื่อวิทยุโทรทัศน์ มีหลายประการ เช่น4.1.1 มีทั้งภาพ เสียง ตลอดจนการเคลื่อนไหว ที่สามารถสร้างอารมณ์ภาพลกัษณใ์นตราสนิ คา้และความนา่สนใจไดเ้ปน็ อยา่งดี โดยไม่มีข้อจำกัดในการสร้างสรรค์4.1.2 สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้เป็นจำนวนมาก เมื่อเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อหัวจึงถูกกว่าสื่อประเภทอื่น4.1.3 ผู้ชมมักติดตามรายการเป็นประจำ ทำให้ได้รับข่าวสารโฆษณาอย่างต่อเนื่อง4.1.4 สามารถเลือกสรรกลุ่มเป้าหมายได้ โดยพิจารณาจากประเภทของรายการ วันเวลาที่ออกอากาศ นอกจากนั้นยังมีความยืดหยุ่นในการโฆษณา4.1.5 สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้4.1.6 สร้างความเชื่อถือได้และมีความรวดเร็ว สามารถถ่ายทอดสดเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ทันที4.1.7 ขณะชมโทรทัศน์ ผู้ชมจะเพ่งความสนใจไปยังโทรทัศน์ โดยละจากกิจกรรมอื่น ๆ ทำให้สามารถรับข่าวสารได้อย่างเต็มที่

4.2 ข้อจำกัดของสื่อวิทยุโทรทัศนมีหลายประการ เช่น

4.2.1 มีต้นทุนสูง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการผลิตหรือการซื้อเวลา จึงไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีงบประมาณจำกัด4.2.2 ขาดการเลือกสรรกลุ่มผู้ชมที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย สามารถทำได้น้อยกว่าสื่อสิ่งพิมพ์

4.2.3 การโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์มีช่วงเวลาประมาณ 15 – 60 วินาทีอายุของข่าวสารจึงสั้นและไม่คงทนถาวรเหมือนสื่อชนิดอื่น4.2.4 ข่าวสารในช่วงต่อของรายการมีมาก อาจเกิดความสับสน4.2.5 ผู้บริโภคบางคนอาจเห็นโฆษณาเป็นอุปสรรคขัดขวางความบันเทิงจากการชมรายการ จึงมักเปลี่ยนสถานีหรือหันไปทำกิจกรรมอื่น

4.2.6 ผู้ชมอาจสนใจด้านเทคนิคมากกว่าเนื้อหาของโฆษณา4.2.7 เครื่องรับโทรทัศน์มีราคาแพงและเป็นสื่อที่อยู่กับที่ เคลื่อนย้ายได้ลำบาก

11. จงอธิบายถึงข้อดีและข้อจำกัดของโรงภาพยนตร์ในบทบาทของสื่อโฆษณา

            ตอบ  ข้อดีของสื่อโรงภาพยนตร์ มีหลายประการ เช่น4.1.1 เป็นสื่อโฆษณาที่สมบูรณ์แบบเพราะมีทั้งภาพ สี แสง เสียงและการเคลื่อนไหว สามารถสร้างความสนใจให้แก่ผู้ชมได้มากและให้ผลดีในการโฆษณา

4.1.2 สร้างความประทับใจ สามารถเร้าความสนใจของผู้ชมได้ดีเพราะมีภาพขนาดใหญ่

4.1.3 สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ดีและจำกัดพื้นที่ได้ง่าย4.1.4 ผู้ชมมีความพร้อมที่จะรับรู้ข่าวสารข้อมูลอย่างเต็มที่4.1.5 เป็นผลพลอยได้จากการสร้างภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์

4.2 ข้อจำกัดของสื่อโรงภาพยนตร์ มีหลายประการ เช่น4.2.1 ค่าใช้จ่ายสูง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตที่ต้องใช้งบประมาณและเวลานานรวมทั้งการซื้อเวลา อาจต้องเซ็นสัญญาเป็นเวลานาน4.2.2 สร้างความถี่และเปลี่ยนแปลงได้ยาก4.2.3 เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้น้อย เพราะภาพยนตร์บางเรื่อง บางรอบ

มีผู้ชมน้อย4.2.4 ให้รายละเอียดเนื้อหาได้น้อย เพราะเป็นสื่อที่มีเวลาจำกัดการเลือกใช้โรงภาพยนตร์เป็นสื่อในการโฆษณา ควรพิจารณาถึงข้อดีและข้อจำกัดทั้งเรื่องงบประมาณ การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ความคุ้มค่าทางราคาของผู้ชม โดยอาจใช้เป็นสื่อเสริมร่วมกับสื่ออื่นๆ เพราะเป็นผลพลอยได้จากสื่อวิทยุโทรทัศน์

 12. จงอธิบายถึงองค์ประกอบของสื่อโฆษณากระจายเสียงและแพร่ภาพ

            ตอบสื่อโฆษณาประเภทกระจายเสียงและแพร่ภาพ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุกระจายเสียง วิทยุ

หรือโทรทัศน์