1. การวิเคราะห์ลักษณะของผู้รับข่าวสาร มีการศึกษาในเรื่องใดบ้าง

            ตอบ  การวิเคราะห์ลักษณะของผู้รับข่าวสาร (Audience Characteristics) ซึ่งอาจ

เป็นผู้ฟัง ผู้อ่านหรือผู้ชมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในการโฆษณา เพื่อให้ทราบถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ

การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior)

ผลิตภัณฑ์ (Product) และคู่แข่งขัน (Competitor)

2. การกำหนดวัตถุประสงค์ในการโฆษณา มีกี่ด้าน อะไรบ้าง

            ตอบ วัตถุประสงค์ในการโฆษณา (Creative Objective) สามารถ

กำหนดโดยถือเกณฑ์ 3 ด้านคือ

2.1 วัตถุประสงค์ด้านการตลาด (Marketing Objective) โดยมุ่งที่จะกระตุ้น

ยอดขายจากผู้บริโภค พ่อค้าปลีก ตัวแทนจำหน่ายหรือพนักงานขาย

2.2 วัตถุประสงค์ด้านพฤติกรรม (Action Objective) เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภค

เกิดการตอบสนองเช่น การทดลองใช้ การตัดสินใจซื้อหรือการซื้อในปริมาณที่มากขึ้น

2.3 วัตถุประสงค์ทางด้านจิตวิทยาและภาพพจน์ (Psychological and

Image Objective) เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจ เกิดความรู้สึกที่ดีหรือเกิดความ

ภาคภูมิใจเมื่อใช้สินค้า

3. จุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ หมายถึงอะไร

            ตอบ  โดยการค้นหาคุณสมบัติ ผลประโยชน์และจุดเด่นของสินค้า

หรือบริการนั้น เพื่อชี้ให้เห็นว่ามีความเหนือกว่าคู่แข่งขันอย่างไร เช่น ความปลอดภัย ความ

คงทน ความสะดวก ความประหยัด

4. เหตุใดจึงต้องสร้างบุคลิกภาพในตราสินค้า

            ตอบ   เพื่อให้ตราสินค้ามีความเหมาะสมและแตกต่างจากสินค้าคู่แข่งขัน สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคง สร้างความน่าเชื่อถือ สร้างความจดจำในตราสินค้าและเกิดความภาคภูมิใจเมื่อใช้สินค้าหรือบริการนั้น

5. การจูงใจในโฆษณา หมายถึงอะไรและมีการจูงใจในด้านใดบ้าง

            ตอบ     หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการโฆษณา เพื่อให้เกิดการตอบสนองหรือสร้างอิทธิพลต่อความรู้สึกของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าหรือบริการ ประกอบด้วยหลักเกณฑ์ดังนี้

4.1 การจูงใจด้านเหตุผล (Rational Appeals) หมายถึง ลักษณะที่นำไปใช้

ประโยชน์ได้จริง เหตุผลในการเป็นเจ้าของสินค้า โดยมีเนื้อหามุ่งที่ข้อเท็จจริง การเรียนรู้ หลัก

เหตุผลในการจูงใจเช่น รูปลักษณ์ ข้อดี ราคา ความนิยม

4.2 การจูงใจด้านอารมณ์ (Emotional Appeals) เน้นการให้ข่าวสารที่มิได้

มุ่งขายสินค้าโดยตรง เป็นการสร้างภาพพจน์และการตอบสนองความรู้สึกหรือทัศนคติเช่น การ

ตอบสนองด้านความปลอดภัย ความรักในครอบครัวหรือการประสบความสำเร็จในชีวิต

4.3 การจูงใจด้านเหตุผลร่วมกับการจูงใจด้านอารมณ์ (Combining

Retional Appeal and Emotional Appeals) คือ การใช้การจูงใจทั้งด้านเหตุผลและด้าน

อารมณ์ร่วมกัน

4.4 การจูงใจด้านสังคม ศีลธรรมและสิ่งแวดล้อม (Social Morals and

Environment Appeals) เป็นการเสนอข่าวสารเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม อนุรักษ์สิ่ง

แวดล้อมเช่น การโฆษณาสถาบัน การโฆษณารณรงค์ในเรื่องต่างๆ

6. หลักการสร้างสรรค์งานโฆษณาที่ดีมีอะไรบ้าง

            ตอบ     งานโฆษณาเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) อธิบายว่า การสร้างสรรค์งานโฆษณาที่ดี ควรกำหนดวัตถุประสงค์ในการโฆษณาและการส่งเสริมการตลาดโดยใช้หลัก AIDA MODEL

7. หลักการสร้างสรรค์งานโฆษณา ตามหลัก AIDA MODEL มีขั้นตอนอย่างไร

            ตอบ 1. การดึงให้เกิดความตั้งใจ การโฆษณาที่ดีต้องสามารถดึงดูดความสนใจ (Attention) ได้เช่น การใช้เสียงเพลง การใช้นักแสดงที่มีชื่อเสียง

2. การทำให้เกิดความสนใจติดตาม การโฆษณาต้องเน้นให้ผู้บริโภคเห็นถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากสินค้าหรือบริการ เพื่อทำให้เกิดความสนใจติดตาม (Interest)

3. การกระตุ้นให้เกิดความต้องการ  การเสนอจุดขายที่ชัดเจน แสดงให้เห็นความแตกต่างของการมีสินค้ากับการไม่มีสินค้าหรือความแตกต่างจากสินค้าประเภทเดียวกัน ทำให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการ (Desireในสินค้าหรือบริการนั้น

4. การกระตุ้นให้เกิดการซื้อ การโฆษณาต้องเชิญชวนให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเกิดพฤติกรรมการตอบสนอง(Action)

8. จงอธิบายแนวคิดของ เจมส์ เวบบ์ ยังก์ (James Webb Young)

            ตอบ

9. จงอธิบายถึงยุทธวิธีการสร้างงานโฆษณา

            ตอบการสร้างงานโฆษณา มีเทคนิคการนำเสนองานในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเป็นการจูงใจ

ในด้านข่าวสารการโฆษณา โดยมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของงานโฆษณาชิ้นนั้น ๆ

อธิบายถึง ยุทธวิธีการสร้างงานโฆษณา(Advertising Tactics) ไว้ดังนี้

1. การให้ข่าวสารการขายโดยตรงหรือการให้ข้อเท็จจริง (Straight – Sell or

Factual Message) เป็นการนำเสนอข้อมูลตามข้อเท็จจริงในเรื่องของตัวผลิตภัณฑ์ คุณ

สมบัติและประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ ใช้ได้ทั้งกรณีการจูงใจในด้านเหตุผลและด้านจิตวิทยา

2.การใช้เหตุการณ์ทางวิทยาศาสตร์และทางเทคนิค (Scientific and Technique

Evidence) เป็นการใช้ข้อมูลหรือเหตุการณ์ทางวิทยาศาสตร์ ทางเทคนิคหรือการทดลองที่มีการ

รับรองโดยนักวิทยาศาสตร์หรือสถาบันที่เกี่ยวข้อง

3. การสาธิต(Demonstration) เป็นการแสดงวิธีการทำงานของผลิตภัณฑ์ เพื่อ

แสดงประสิทธิภาพที่ชัดเจน อาจเป็นการสาธิตในเชิงปฏิบัติการ เชิงกราฟิค การทดสอบให้เห็น

คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและเกิดความต้องการซื้อ

4. การเปรียบเทียบ (Comparison) เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นถึงคุณสมบัติที่แตก

ต่างและเหนือกว่าคู่แข่งขันหรือแสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบที่มีผลิตภัณฑ์นี้ไว้ใช้

5. การแสดงเสี้ยวหนึ่งของชีวิต (Slice of Life) เป็นการแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์

ที่เป็นปัญหา โดยชี้ให้ผู้บริโภคเห็นว่าผลิตภัณฑ์นี้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างไร ทำให้ผู้ที่เคยอยู่

ในสถานการณ์หรือเคยพบปัญหาเหล่านี้ย่อมมีความรู้สึกคล้อยตาม

6. การใช้เหตุการณ์รับรอง (Testimonial) เป็นการให้บุคคลที่เคยใช้หรือมีประสบ

การณ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นมาเล่าถึงประสบการณ์หรือความพึงพอใจที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์

อาจเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ผู้ที่น่าเชื่อถือ ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลธรรมดา ที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์

เพื่อเป็นการรับรองและเชิญชวนให้หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

7. การใช้ภาพกระตุ้นเร้าใจ (Animation) เป็นการนำเสนองานโฆษณาโดยใช้ตัวการ์ตูน

หุ่นหรือภาพที่สร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์ เพื่อกระตุ้นความสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่

เป็นเด็ก

8. การใช้สัญลักษณ์บุคลิกภาพ (Personality Symbol) เป็นการสร้างสัญลักษณ์

ให้เป็นตัวแทนของผลิตภัณฑ์ เพื่อแสดงบุคลิกภาพเช่น น้ำมันเอสโซ่ใช้เสือเป็นสัญลักษณ์บุคลิก

ภาพแสดงถึงความเร็ว ธนาคารไทยพาณิชย์ใช้สัญลักษณ์ใบโพธิ์ที่มีการแผ่กิ่งก้านสาขาสะท้อน

ให้เห็นความแข็งแกร่ง ความมั่นคง

9. การใช้ความเพ้อฝัน (Fantasy) เป็นการจูงใจด้านอารมณ์ โดยนำเสนอภาพแบบ

เทพนิยายเพ้อฝัน เป็นการขายความปรารถนา ความทะเยอทะยานเช่น การขายสินค้าประเภท

10. การสร้างเป็นเรื่องราว (Dramatization) เป็นการสร้างเรื่องราวด้วยภาพที่เกิน

ความจริง เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกว่าผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่น น่าทึ่ง เกิดความสนใจติดตามเรื่อง

ราวและทำให้จดจำได้ดี

11.การใช้อารมณ์ขัน (Humor) เป็นรูปแบบการจูงใจโดยการสร้างเรื่องราวที่แฝง

ด้วยเนื้อหาที่ตลกขบขันหรือล้อเลียนเรื่องราวต่างๆ

12. การใช้ดนตรี (Musical) เป็นการสร้างงานโฆษณาในลักษณะของการร้องรำ

ทำเพลง ใช้เสียงดนตรีเข้าช่วย เพื่อสร้างความสนุกสนาน

10. จงอธิบายถึงความหมายของสื่อโฆษณา

            ตอบ   สื่อโฆษณา (Advertising Media) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการนำสารโฆษณาจาก

ผู้โฆษณาไปยังผู้บริโภคเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการรับรู้หรือเตือนความจำในเรื่องของสินค้าหรือ

บริการ มีบทบาททางด้านการตลาดในการเร่งการขายสินค้า เป็นตัวกำหนดประสิทธิภาพของ

การโฆษณาว่าสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายประเภทใด ในปริมาณเท่าใด

11. จงอธิบายถึงความสำคัญของสื่อโฆษณา

            ตอบ  สื่อโฆษณา เป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการโฆษณา เป็นช่องทางการ

ติดต่อสื่อสารจากผู้โฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย สื่อโฆษณามีความสำคัญ

2.1 การเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้ผู้บริโภคเป้าหมายได้รับทราบข่าวสารการโฆษณา เพื่อนำไปสู่กระบวนการตัดสินใจซื้อ

2.2 การเร่งเร้าการขาย เมื่อผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้รับข่าวสารเกี่ยวกับสินค้า

หรือบริการแล้ว หากผู้โฆษณาย้ำการเสนอข่าวสารให้บ่อยในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะเป็นการ

เพิ่มประสิทธิภาพในการโฆษณา กระตุ้นความต้องการของผู้บริโภค

2.3 การเตือนความจำ เป็นการย้ำสารโฆษณา เพื่อให้เกิดการจดจำ นึกถึงสินค้าหรือบริการอยู่เสมอเมื่อมีความต้องการใช้

2.4 การดึงดูดความสนใจ เป็นการสนับสนุนการขาย ณ จุดขายสินค้านั้น ๆเพราะทำหน้าที่ดึงดูดสายตาผู้บริโภคเป้าหมาย ทำให้เกิดการซื้อในทันที

2.5 การเป็นองค์ประกอบของกระบวนการสื่อสารโฆษณา การใช้สื่อโฆษณาที่เหมาะสมและสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ย่อมทำให้การโฆษณาประสบผลตามที่วางแผนไว้

12. สื่อโฆษณาสิ่งพิมพ์ ได้แก่อะไรบ้าง

            ตอบ สื่อโฆษณาสิ่งพิมพ์ (The Printed Media) ได้แก่ หนังสื่อพิมพ์

(Newspaper) นิตยสาร (Magazine)

 13. สื่อโฆษณากระจายเสียงและแพร่ภาพ ได้แก่อะไรบ้าง

            ตอบ สื่อโฆษณากระจายเสียงและแพร่ภาพ (The Broadcast Media) ได้แก่

วิทยุกระจายเสียง (Radio) วิทยุโทรทัศน์ (Television) โรงภาพยนตร์ (Cinema)

14. สื่อโฆษณานอกสถานที่ ได้แก่อะไรบ้าง

            ตอบสื่อโฆษณานอกสถานที่ (The Out of Home Media) ได้แก่ การ

โฆษณากลางแจ้ง (Outdoor Advertising) การโฆษณาทางยานพาหนะ (Transit Advertising)

การโฆษณา ณ จุดซื้อ (Point of Purchase Advertising) การโฆษณาทางไปรษณีย์ (Direct

– Mail Advertising)

15. สื่อโฆษณาส่งเสริมการขาย ได้แก่อะไรบ้าง

            ตอบ สื่อโฆษณาส่งเสริมการขาย (The Sale Promotion Media) ได้แก่

นิทรรศการและการจัดแสดงสินค้า (Exhibition and Trade Show) บรรจุภัณฑ์ (Package)

ของแจก ของแถม ของตัวอย่าง (Specialites, Premiums, Sampling) คูปอง (Coupan)