เมื่อวานนิดได้ไปหอสมุดแห่งชาติและได้อ่านผลงานวิจัยการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์โดยใช้กิจกรรมฝึกประสาทสัมผัสทั้งห้าในการปั้น สำหรับเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่  1  ซึ่งกล่าวไว้ว่า

                การจัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์  นั้นสามารถจัดกิจกรรมได้อย่างหลากหลายและน่าสนใจ  ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางภาษา  กิจกรรมความคิดคำนึง  กิจกรรมสร้างสรรค์ทางศิลปะ  กิจกรรมสร้างสรรค์ทางการประดิษฐ์  และกิจกรรมสร้างสรรค์ทางดนตรีและการเคลื่อนไหว  โดยเฉพาะกิจกรรมสร้างสรรค์ทางศิลปะ  ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เหมาะกับนักเรียนในระดับปฐมวัยมากที่สุด

                การปั้น  หมายถึง  การเอาวัสดุอ่อนที่มีความเหนียวจับตัวกันเป็นก้อน  เช่น  ดินเหนียว  ดินน้ำมัน  ขี้ผึ้ง  ปูน  มาปั้นหรือพอกให้เป็นรูปทรงต่างๆ  การปั้นเป็นขบวนการเพิ่มวัสดุให้มีรูปร่างตามความต้องการ  การปั้นจะต้องปั้นด้วยมืออย่างเดียวหรือจะใช้เครื่องมือเข้ามาช่วยด้วยก็ได้

                การจัดกิจกรรมการปั้น   ควรเน้นว่าเมื่อเด็กลงมือปฏิบัติงาน  เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์หรือไม่  ผลงานที่ออกมาเป็นผลงานที่เกิดกระบวนการคิดสร้างสรรค์  เกิดจากการลอกเลียนแบบหรือเกิดจากการเห็นซ้ำๆ  กัน  กิจกรรมการปั้นนอกจากจะเป็นกิจกรรมส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  ฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อมือได้ดีแล้ว  กิจกรรมงานปั้นยังส่งเสริมการทำงานเป็นหมู่คณะได้ดีอีกด้วย  ถ้าครูผู้สอนส่งเสริมให้เด็กทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม

ตัวอย่างการจัดกิจกรรมการปั้น  มีดังนี้

1.            การปั้นเป็นเส้น  ปั้นโดยใช้ฝ่ามือกดดินลงไปกับพื้นแล้วคลึงให้เป็นเส้นยาวๆ  ให้ยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้  ทำหลายๆ  เส้น  แล้วนำดินที่ปั้นเป็นเส้นมาขดขึ้นเป็นรูปทรงต่างๆ  ตามต้องการ  เช่น  แจกันรูปสัตว์  กระปุกออกสิน  เป็นต้น

2.            การปั้นเป็นแผ่นๆ  โดยนำดินน้ำมันหรือดินเหนียวมาทุบให้เป็นแผ่น  ทำหลายๆ  แผ่นใช้มีดหรือคัตเตอร์ตัดให้เป็นแผ่นใหญ่เล็กตามต้องการ  แล้วนำมาประกอบกันเข้าให้เป็นรูปตามต้องการ

3.            การปั้นรูปทรงเรขาคณิต  โดยนวดดินให้เป็นแผ่น  ตัดดินที่เป็นแผ่นให้เป็นรูปทรงตามต้องการ  เช่น  สามเหลี่ยม  สี่เหลี่ยม  วงกลม  แล้วนำมาจัดเป็นภาพองค์ประกอบ  ถ้าต้องการให้เกิดเป็น 3 มิติ  ให้ทำเป็นทรงพีระมิด  สี่เหลี่ยมลูกบาศก์  รูปทรงกระบอก

4.            การปั้นลวดลาย  โดยออกแบบหรือเขียนลวดลายเป็นลายเส้นง่ายๆ  เช่น  เส้นตรง  เส้นโค้ง  ลงบนแผ่นดินเหนียว  แล้วปั้นเป็นลวดลายตามที่ออกแบบไว้  นำดินที่ปั้นเสร็จแล้วมาเรียนติดต่อกันในแผ่นไม่  หรือในกระดาษแข็ง

5.            การปั้นเป็นเรื่องราว  คือการสร้างเรื่องราวขึ้นมาโดยจำลองจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากอดีตหรือเหตุการณ์ปัจจุบันให้เป็นเรื่องราว  เช่น  การเล่นของเด็กในโรงเรียน  เทคนิคการปั้นเป็นเรื่องราวเด็กจะใช้วิธีการปั้นอย่างไรก็ได้ไม่ควรบังคับเด็กให้เด็กได้แสดงออกอย่างอิสรเสรีการปั้นเป็นเรื่องราวนี้ส่วนมากนิยมให้ทำกันเป็นทีม

6.            การปั้นตามจินตนาการ  เป็นการส่งเสริมพัฒนาการความคิดสร้างสรรค์ได้ดี  เป็นการสร้างภาพนามธรรมให้เป็นรูปธรรม  โดยการใช้งานปั้นเป็นสื่อเพื่อแสดงออกตามจินตนาการ  ครูควรช่วยเร่งเร้า  ยั่วยุให้เด็กเกิดจินตนาการเอง  ส่วนวิธีการปั้นควรให้เด็กได้ทำอย่างอิสระ

7.            การปั้นด้วยกระดาษ  เศษกระดาษที่เหลือใช้สามารถนำมาปั้นเป็นงานศิลปะได้  เช่น  กระดาษหนังสือพิมพ์  วารสาร  กระดาษห่อของขวัญ  เป็นต้น

                จากกิจกรรมการปั้นดังที่กล่าวมา  จะเห็นว่ากิจกรรมการปั้นเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กไม่ว่าจะเป็น  การปั้นนูนต่ำ  การปั้นนูนสูง  หรือการปั้นลอยตัว  ในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ด้วยการปั้นนั้นครูควรช่วยยั่วยุให้เด็กเกิดจินตนาการและให้เด็กปั้นอย่างอิสระ

                ประสาทสัมผัสทั้งห้า  หมายถึง  เป็นเครื่องมือหัวข้อทำรับสัมผัส  ประกอบด้วย  ตารับสัมผัสทางการเห็น  หูรับสัมผัสทางการได้ยิน  จมูกรับสัมผัสทางการได้กลิ่น  ลิ้นรับสัมผัสทางการรู้รส  และผิวหนังเป็นประสาทสัมผัสรับรู้การสัมผัส

                ซึ่งผู้วิจัยได้นำการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์โดยใช้กิจกรรมฝึกประสาทสัมผัสทั้งห้าในการปั้นสำหรับนักเรียนอนุบาลปีที่  1 ไปใช้จริงกับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่  1  โรงเรียนสังกัดเทศบาลนครภูเก็ต  โดยที่ครูนำเข้ากิจกรรมกระบะทรายสร้างสรรค์  โดยการที่ครูและเด็กร่วมกันร้องเพลง  ตา  หู  จมูก  แล้วให้เด็กทำท่าประกอบ  หลังจากนั้นครูและเด็กร่วมพูดคุยเกี่ยวกับสื่อในกระบะทราย  เช่น  คน  สัตว์  ลิง  ต้นไม้  พื้นหญ้า  นก  เป็นต้น  เมื่อพูดคุยเสร็จแล้ว  เด็กๆ ก็ช่วยกันจัดกระบะทรายโดยใช้สื่อรูปคน  สัตว์  ลิง  ต้นไม้  พื้นหญ้า  นก  เมื่อจัดเสร็จแล้วครูก็แจกอุปกรณ์การปั้น  โดยที่นักเรียนเลือกปั้นสิ่งต่างๆ  ที่อยู่ในกระบะทรายที่เกิดจากการมองเห็นตามความคิดจินตนาการของเด็กอย่างอิสระ  ระหว่างที่เด็กปั้นนั้นครูต้องคอยกระตุ้น และยอมรับความคิดเห็นของเด็ก  เมื่อเด็กปั้นชิ้นงานเสร็จแล้วก็ให้เด็กนำมาส่งพร้อมกับอธิบายเกี่ยวกับชิ้นงานของตนเอง  จากกิจกรรมนี้ทำให้เด็กรู้จักอวัยวะส่วนประกอบต่างๆ  ของร่างกาย  เช่น  ตา  หู  จมูก  รูปร่างลักษณะต่างๆ  ของคน  สัตว์  และสิ่งรอบๆ  ตัวตามธรรมชาติ  เช่น  ต้นไม้  ซึ่งเกิดจากการมองเห็นตามความคิดของเด็กและเด็กสามารถเล่นได้

                สามารถสรุปได้ว่า  การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์โดยใช้กิจกรรมฝึกประสาทสัมผัสทั้งห้าในการปั้น  ทำให้เด็กได้ใช้จินตนาการของตนเองอย่างอิสระ  มีความสนใจในการเรียนรู้  เด็กๆ มีความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  และช่วยเสนอความคิดในการทำกิจกรรม  และที่สำคัญเด็กๆ  ทุกคนมีความสนุกสนานในการทำกิจกรรม  ทำให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับเพื่อนๆ...

                ถ้าเพื่อนๆ  ต้องการศึกษาผลงานวิจัยการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์โดยใช้กิจกรรมฝึกประสาทสัมผัสทั้งห้าในการปั้นสำหรับนักเรียนอนุบาลปีที่  1  เพิ่มเติมได้ที่หอสมุดแห่งชาตินะคะ

               

ที่มา : อังคณา  กีรติจริยโสภณ . การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์โดยใช้กิจกรรมฝึกประสาทสัมผัสทั้งห้าในการปั้นสำหรับนักเรียนอนุบาลปีที่ 1 . ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน . ภูเก็ต : มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต , 2549 .