เมื่อวานนิดได้ไปหอสมุดแห่งชาติและได้อ่านผลงานวิจัยความคิดเห็นของครูศิลปะระดับชั้นประถมศึกษาเกี่ยวกับการเรียนการสอนศิลปะตามแนวทางการเรียนรู้อย่างมีความสุข  โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร  ซึ่งกล่าวไว้ว่า

                ศิลปศึกษา  หมายถึง  วิชาที่จัดการเรียนการสอนทางด้านศิลปะแก่เด็กที่ส่งเสริมให้เด็กใช้ประสบการณ์แสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ  ออกมาเป็นผลงานประเภทต่างๆ  เช่น  การเขียนภาพระบายสี  การปั้น  การพิมพ์ภาพ  การประดิษฐ์เศษวัสดุ  โดยครูเป็นผู้จัดประสบการณ์ด้านการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและสอดคล้องกับพัฒนาการด้านต่างๆ  เพื่อให้เด็กมีความสมบูรณ์ในทุกด้านและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                การเรียนรู้อย่างมีความสุข  หมายถึง  การที่ผู้เรียนสามารถเรียนวิชาศิลปศึกษา (ทัศนศิลป์)  และทำกิจกรรมต่างๆ  ที่จัดขึ้นตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ทัศนศิลป์)  ได้ตามแนวทางการเรียนรู้อย่างมีความสุข  ประกอบด้วย  ความสุขที่เกิดจากความเข้าใจในคุณค่าของสิ่งต่างๆ  ความสุขที่ได้รู้ในสิ่งที่ต้องการรู้  และสามารถพัฒนาผู้เรียนให้เจริญสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย  จิตใจ  บรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่มีความสุข  สนุกและสอดคล้องกับธรรมชาติตามวัย  และเป็นการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจ  มีการยอมรับและความเป็นมิตร

                ซึ่งผู้วิจัยได้นำความคิดเห็นของครูศิลปะระดับชั้นประถมศึกษาเกี่ยวกับการเรียนการสอนศิลปะตามแนวทางการเรียนรู้อย่างมีความสุข  โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร  ไปใช้จริงกับครูหัวหน้าหมวดวิชาศิลปศึกษา (ทัศนศิลป์)  108  คน  จากโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร  โดยใช้แบบสอบถามซึ่งแบ่งเป็น  3  ตอน

ตอนที่  1               สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม  ใช้คำถามแบบเลือกตอบ (Check list)

ตอนที่  2               แบบสอบถามความคิดเห็นของครูศิลปะระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้นเกี่ยวกับการเรียนการสอนศิลปะตามแนวทางการเรียนรู้อย่างมีความสุข ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร  มีลักษณะเป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประเมินค่า (Rating Scale)

ตอนที่  3               ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับความคิดเห็นของครูศิลปะระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้นเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางการเรียนรู้อย่างมีความสุขเป็นคำถามปลายเปิด (Open ended)

ซึ่งการแบบนี้ทำให้ครูได้ทราบถึงการจัดการเรียนการสอนศิลปะตามแนวทางการเรียนรู้อย่างมีความสุขจึงเป็นกระบวนการอันสำคัญต่อการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการตอบสนองในการเรียนรู้ได้ดีขึ้น  การสอนครูต้องให้ผู้เรียนมีความอิสระในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์งานศิลปะ (ทัศนศิลป์) ตามความถนัดของตนเอง  สนับสนุนให้ผู้เรียนได้แสวงหาความรู้เพื่อนำไปใช้สร้างสรรค์การทำงานตามความถนัดและความสามารถของตนเอง เพราะการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้เรียนมีความสนใจหรือมีความต้องการในบางสิ่งบางอย่างและได้ลงมือทำกิจกรรมในสิ่งที่ตนต้องการ  การที่ผู้เรียนได้มีโอกาสเลือกเรียนและสร้างสรรค์งานตามความถนัดและความสนใจของตนเองจะเป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้ผู้เรียนได้ค้นพบความสามารถของตนเอง  และทำให้การเรียนดำเนินไปได้อย่างมีความสุข  การจัดสาระการเรียนรู้ครูต้องคำนึงถึงการจัดกิจกรรมเพื่อขยายประสบการณ์ในการเรียนรู้และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยวิธีการส่งเสริมผู้เรียนได้ค้นคว้าและแสวงหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนเพื่อสร้างความตื่นเต้นและความภาคภูมิใจในข้อค้นพบใหม่ๆ  หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ  รวมถึงการนำนวัตกรรมใหม่ๆ  มาใช้ในการเรียนการสอนจะทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ  และสนุกกับการเรียน  สามารถพัฒนาทั้งทางร่างกาย  สังคม  อารมณ์และสติปัญญาได้

                สามารถสรุปได้ว่า  ความคิดเห็นของครูศิลปะระดับชั้นประถมศึกษาเกี่ยวกับการเรียนการสอนศิลปะตามแนวทางการเรียนรู้อย่างมีความสุข  ทำให้ครูผู้สอนได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการสอนตามแนวทางการเรียนรู้อย่างมีความสุขมากขึ้น  และเมื่อครูได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของแนวการสอน  โดยมีความเห็นที่จะนำแนวทางการเรียนรู้ดังกล่าวไปใช้ในการสอนวิชาศิลปศึกษาอันจะเป็นประโยชน์แท้จริงที่จะเกิดขึ้นแก่นักเรียน  และจะทำให้ผู้เรียนได้สามารถพัฒนาตนเองอย่างเต็มขีดความสามารถของแต่ละคนรวมถึงการเกิดความสุขในการเรียนวิชาศิลปศึกษา  อันจะส่งผลต่อการพัฒนาตนเองได้อย่างสมบูรณ์...

                ถ้าเพื่อนๆ  ต้องการศึกษาผลงานวิจัยความคิดเห็นของครูศิลปะระดับชั้นประถมศึกษาเกี่ยวกับการเรียนการสอนศิลปะตามแนวทางการเรียนรู้อย่างมีความสุข  โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร  เพิ่มเติมได้ที่หอสมุดแห่งชาติชั้น  5  นะคะ

 

ที่มา : จิรนันท์  อีมสกุล . ความคิดเห็นของครูศิลปะระดับชั้นประถมศึกษาเกี่ยวกับการเรียนการสอนศิลปะตามแนวทางการเรียนรู้อย่างมีความสุข  โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร .ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศิลปศึกษา ภาควิชาศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ศึกษา . กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , 2548.