สาระการเรียนรู้ภาษาไทยรายปี

ช่วงชั้นที่    (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ๓ )

 

หมายเหตุ  :  ในที่นี้จะยกมาเฉพาะทักษะด้านการเขียน เนื่องจากจะให้สอดคล้องกับสื่อที่จะทำ คือการเขียนอักษรภาษาไทย ซึ่งสาระการเรียนรู้ภาษาไทยนั้นความจริงแล้วจะมีอยู่ทั้งหมด ๓ ทักษะด้วยกันคือ การฟัง พูด อ่าน เขียน ซึ่งสาระการเขียนมีดังต่อไปนี้

สาระ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓

๓.การเขียน

๑)การเขียนคำในมาตราตัวสะกดต่างๆ คำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และคำที่สะกดไม่ตรงตามมาตรา

๒)การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด และการเขียนตามคำบอก

๓)การเลือกใช้คำเขียนเป็นประโยคตรงตามความหมาย และเรียบเรียงเป็นเรื่องสั้นๆ ที่แสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก ความต้องการและประสบการณ์

๔)การเขียนคำคล้องจอง

๕)การตรวจทานและแก้ไขงานเขียน

๖)การใช้เลขไทย

๗)มารยาทการเขียน การเขียนอย่างเป็นระเบียบ สะอาด ลายมือสวยงาม อ่านง่าย และไม่ขีดเขียนในที่ไม่สมควร

๘)การปลูกฝังนิสัยรักการเขียนด้วยการจดบันทึกความรู้อย่างสม่ำเสมอ

๑)การเขียนคำมาตราตัวสะกดต่างๆ คำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน คำที่สะกดไม่ตรงตามมาตราและคำมีตัวการันต์

๒)การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด และการเขียนตามคำบอก

๓)เรื่อง

การเลือกใช้คำเขียนเป็นประโยคตรงตามความหมาย และเรียบเรียงเป็นเรื่องที่ยาวขึ้น การเขียนเป็นย่อหน้าที่แสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก ความต้องการ ประสบการณ์ และจินตนาการ

๔)การเขียนคำคล้องจองและแต่งคำประพันธ์อย่างง่ายๆ

๕)การใช้กระบวนการเขียนพัฒนางานเขียนโดยการนำความรู้และประสบการณ์มาเรียบเรียงความคิดในการเขียน การตรวจทานและแก้ไข

๖)การใช้เลขไทย

๗)มารยามการเขียน การเขียนอย่างเป็นระเบียบสะอาด ลายมือสวยงาม อ่านง่าย การใช้ภาษาที่สุภาพไม่ขีดเขียนในที่ไม่สมควร และไม่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย

๘)การปลูกฝังนิสัยรักการเขียนด้วยการจดบันทึกความรู้และประสบการณ์อย่างสม่ำเสมอ

 

๑)การเขียนคำมาตราตัวสะกดต่างๆ คำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน คำที่สะกดไม่ตรงตามมาตราและคำมีตัวการันต์

๒)การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ตัวบรรจงครึ่งบรรทัด และการเขียนตามคำบอก

๓) )เรื่อง

การเลือกใช้คำเขียนเป็นประโยคตรงตามความหมาย และเรียบเรียงเป็นเรื่องที่ยาวขึ้น การเขียนเป็นย่อหน้าที่แสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก ความต้องการ ประสบการณ์ และจินตนาการ

๔)การเขียนคำคล้องจองและแต่งคำประพันธ์อย่างง่ายๆ

๕)การใช้กระบวนการเขียนพัฒนางานเขียนโดยการเตรียมการเขียนโดยโครงกำหนดรูปแบบโครงเรื่อง เนื้อหา องค์ประกอบการเขียน การยกร่างข้อเขียน การตรวจทาน การปรับปรุงแก้ไข และการเขียนเรื่องให้สมบูรณ์

๖)การใช้เลขไทย

๗)มารยาทการเขียน การอ้างอิงแหล่งความรู้ การเขียนอย่างเป็นระเบียบ สะอาด ลายมือสวยงาม อ่านง่าย การเขียนโดยใช้ภาษาที่สุภาพ ไม่ขีดเขียนในที่ไม่สมควร และไม่เขียนให้ผู้อื่นเสียหาย

๘)การปลูกฝังนิสัยรักการเขียนด้วยการจดบันทึกความรู้ ประสบการณ์ และแสดงความคิดเห็นอย่างสม่ำเสมอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

              จากสาระการเรียนรู้ข้างต้นจะเห็นได้ว่าจากข้อ ๒,๖,๗ ข้างต้น ในช่วงชั้นที่  ๑ นั้นได้ให้ความสำคัญ  กับการเขียนเป็นอย่างมาก เพราะต้องการปลูกฝังให้เด็กมีนิสัยรักการเขียน และเขียนได้อย่างถูกต้องสวยงาม ดังนั้นการสอนให้เด็กเขียนได้ถูกต้องตามหลักนั้นจึงเป็นเรื่องที่สมควรทำตั้งแต่ยังอยู่ในช่วงชั้นแรกๆ เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีต่อเนื่องไปในอนาคต

การคัดลายมือ 

           การคัดลายมือเป็นการฝึกเขียนตัวอักษรไทยให้ถูกต้องตามหลักการเขียนคำไทย เป็นทักษะที่จะต้องคำนึงถึงความถูกต้องของตัวอักษรไทย เขียนให้อ่านง่าย มีช่องไฟ มีวรรคตอน ตัวอักษรเสมอกัน วางพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ได้ถูกที่ ตัวสะกดการันต์ถูกต้อง และลายมือสวยงาม ซึ่งควรให้เด็กฝึกคัดลายมือทุกวัน วันละ ๕ ถึง ๑๐ นาที การคัดลายมือจะสัมพันธ์กับการเขียนตัวสะกดการันต์ด้วย ช่วยทำให้นักเรียนเขียนคำได้ถูกต้อง

                        การคัดลายมือ มีแบบการคัดตัวอักษรไทยได้หลายแบบได้แก่

                        ๑.  ตัวอักษรแบบกระทรวงศึกษาธิการ เป็นแบบตัวอักษรไทยของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ที่ใช้เป็นแบบคัดลายมือสำหรับโรงเรียนทั่วประเทศ

                        ๒. ตัวอักษรแบบขุนสัมฤทธิ์วรรณการ เป็นแบบคัดลายมือของขุนสัมฤทธิ์วรรณการ ที่กระทรวงธรรมการหรือกระทรวงศึกษาธิการในอดีตได้ใช้เป็นแบบคัดลายมือของนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา ต่อมากระทรวงศึกษาธิการได้ดัดแปลงตัวอักษรแบบขุนสัมฤทธิ์วรรณการ เป็นตัวอักษรแบบกระทรวงศึกษาธิการ

                        ๓. ตัวอักษรแบบอาลักษณ์ของแผนกอาลักษณ์ กองประกาศิต สำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี เป็นแบบคัดของกระทรวงศึกษาธิการในการเขียนกฎหมาย งานเขียนเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ หรือเพื่อการเกียรติยศต่างๆ

                        ๔. ตัวอักษรแบบภาควิชาประถมศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชาประถมศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความต้องการให้นิสิตที่เรียนครูเมื่อจบไปเป็นครูที่มีลายมือสวยงาม จึงนำแบบคัดลายมือของพระยาผดุงวิทยาเสริมมาดัดแปลงตักอักษรให้ง่ายต่อการฝึกเขียน

 

          จากการที่ตัวอักษรไทยมีหลายรูปแบบ ราชบัณฑิตยสถานจึงได้กำหนดเกณฑ์โครงสร้างตัวอักษรไทยมาตรฐานขึ้น โดยนำแบบตัวอักษรหลายรูปแบบดังกล่าวข้างต้นมาพิจารณาหาสัดส่วนและลักษณะของอักษรไทยที่ถูกต้องแล้วนำไปกำหนดรูปแบบตัวอักษรเพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการเขียนเอกสารสำคัญของทางราชการ หรือเป็นแบบตัวพิมพ์ธรรมดาที่ใช้เป็นตัวพิมพ์ทั่วไปๆ ลักษณะตัวอักษรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเป็นอักษรที่มีหัวกลม ตัวกลม ความหนักเบาของเส้นเสมอกันหมด ซึ่งราชบัณฑิตยสถาน เรียกว่า  ตัวแบบหลัก  ส่วนรูปแบบตัวอักษรอื่นๆที่ใช้กันทั่งไปแล้วและต่างกับตัวแบบหลักบ้าง ถือเป็นแบบที่ถูกต้องเช่นเดียวกัน ราชบัณฑิตยสถานเรียกว่า  ตัวแบบเลือก

              อย่างไรก็ตาม การสอนคัดลายมือในโรงเรียนควรสอนคัดลายมือแบบใดแบบหนึ่งดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะการคัดลายมือแบบกระทรวงศึกษาธิการซึ่งได้กำหนดการคัดลายมือมาเป็นเวลานานแล้ว การคัดลายมือแบบกระทรวงศึกษาธิการนี้ เรียกตามโครงสร้างของตัวอักษรว่า  หัวกลม  ตัวมน

 

              การคัดลายมือมีอยู่    ลักษณะ คือ

๑.     การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และ ๒  ควรฝึกเขียนหนังสือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ทั้งนี้เพราะเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และ ๒ ความเจริญทางด้านกล้ามเนื้อมือและการประสานระหว่างตากับมือยังพัฒนาไม่เต็มที่ จึงต้องเขียนหนังสือตัวบรรจงเต็มบรรทัด

๒.    การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ และ ๔ มีกล้ามเนื้อมือและสายตาประสานกันดีแล้ว จึงควรฝึกคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดให้มีขนาดตัวอักษรเล็กลง แต่ขณะเดียวกันก็ยังคัดตัวบรรจงเต็มบรรทัดด้วย เพราะการคัดลายมือเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนอยู่เสมอ

๓.    การคัดลายมือหวัดแกมบรรจง เป็นการคัดลายมือหวัดแต่ให้อ่านออก เขียนให้สวยงาม ถูกต้อง และต้องการความรวดเร็วในการเขียน จึงเรียกว่า  คัดลายมือหวัดแกมบรรจง ลายมือหวัดแกมบรรจงเป็นการเขียนหนังสือที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ผู้เขียนจะเขียนให้อ่านง่าย มีความกระจ่าง มีช่องไฟ มีวรรคตอน และตัวอักษรสวยงาม ควรให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕-๖ คัดลายมือหวัดแกมบรรจง และคัดให้รวดเร็ว สวยงาม ถูกต้อง อ่านง่าย และให้คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด และบรรจงเต็มบรรทัดเป็นครั้งคราว

 

              การคัดลายมือเป็นการเขียนเพื่อสื่อสาร ครูผู้สอนจึงจำเป็นต้องกวดขันการคัดลายมือของนักเรียนไม่เฉพาะแต่นักเรียนระดับประถมศึกษาเท่านั้น แม้นักเรียนระดับมัธยมศึกษา ผู้สอนทุกระดับชั้นและทุกวิชาก็ต้องเอาใจใส่กวดขันการคัดลายมือของนักเรียนด้วย  ลายมือของนักเรียนจะพัฒนาได้และเขียนหนังสือถูกต้อง โดยครูจะต้องสอนท่าทางการคัดลายมือ การจับดินสอ ปากกา ให้ถูกต้อง การวางสระ วรรณยุกต์ให้ถูกที่ ดังนี้

๑.     การคัดลายมือ ต้องจับดินสอหรือปากกาให้ถูกดินสอหรือปากกาจะอยู่ที่นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้และนิ้วกลาง ส่วนนิ้วก้อยและนิ้วนางงอไว้ในฝ่ามือ

๒.    การวางสมุด ให้วางสมุดตรงๆ ไม่วางสมุดเอียงไปทางใดทางหนึ่ง

๓.    การวางท่าในการเขียน ต้องนั่งตัวตรง ค้อมศีรษะเล็กน้อย สายตาห่างจากกระดาษประมาณ ๑ ฟุต และเขียนด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายวางบนกระดาษที่เขียนเพื่อไม่ให้กระดาษเลื่อนไปมา

๔.    การเขียนตัวอักษร เขียนให้ตัวงาม เขียนส่วนสูงและส่วนกว้างให้ถูกส่วน ตัวอักษรจะเขียนตัวตั้งตรง ไม่นิยมเขียนตัวเอนหรือตัวโย้ไปข้างหน้า ตัวอักษรมีความกว้างน้อยกว่าความสูง ตัวพยัญชนะแต่ละตัวมีความกว้างไม่เท่ากัน เช่น ข ฃ ง จ ช ฐ ธ ร มีความกว้างน้อยที่สุด ตัว ณ ญ ฒ มีความกว้างมากที่สุด คือกว้างเป็นสองเท่าของตัวอักษรขนาดกลาง  ตัวอักษรขนาดกลาง เช่น ก ค ฅ ฆ ฉ เป็นต้น ตัวพยัญชนะจะเขียนหัวก่อนทุกตัว เว้นตัว ก ธ ไม่มีหัว การเขียนต้องเว้นระยะช่องไฟระหว่างตัวหนังสือเท่าๆกันทุกตัว เว้นวรรคตอนระยะข้อความให้ห่างเท่าๆกัน วางสระและวรรณยุกต์ให้ถูกที่

๕.    การวางพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ สระทุกตัวต้องมีตำแหน่งซึ่งสัมพันธ์กันกับพยัญชนะ ดังนี้

๑)    สระที่อยู่หน้าพยัญชนะ ได้แก่ เ แ โ ใ ไ

๒)    สระที่อยู่หลังพยัญชนะ ได้แก่ กะ กา

๓)    สระที่อยู่เหนือพยัญชนะ ได้แก่ อิ อี อึ อื

๔)   ไม้หันอากาศ   ไม้ไต่คู้   นิคหิต ฯลฯ จะวางเหนือพยัญชนะตรงกลาง

๕)   สระที่อยู่ใต้ตัวพยัญชนะ ได้แก่  อุ  อู

๖)    คำที่พยัญชนะต้น ๒ ตัว สระที่อยู่บนและใต้ตัวพยัญชนะจะวางที่ตัวที่สอง

๗)   วรรณยุกต์จะวางบนตัวพยัญชนะตรงกับส่วนหลังของตัวพยัญชนะหรือกลางตัวพยัญชนะค่อนไปข้างท้าย ถ้าเป็นพยัญชนะต้น ๒ ตัว ต้องเขียนวางบนตัวที่สองถ้ามีรูปสระบนให้วางบนรูปสระอีกชั้นหนึ่ง

              เป็นหลักการคัดลายมือเบื้องต้นสำหรับให้นักเรียนในช่วงชั้นที่ ๑ หรืออาจเป็นช่วงชั้นอื่นได้ฝึกปฏิบัติเพื่อการพัฒนาไปเขียนในระดับขั้นที่สูงขึ้น

 

แหล่งที่มา: อนุกรรมการพัฒนาคุณภาพวิชาการ,คณะ.การจัดสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย.พ.ศ.2544