ผลงานวิจัย 

เรื่อง การปลูกฝังให้เด็กชอบรับประทานผัก โดยวิธีการให้เด็กประกอบอาหารผัก (Cooking)

 

 

 

ความเป็นมา
- ปัญหาวิจัย
จากการสังเกตพฤติกรรมการรับประทานอาหารกลางวันของเด็ก พบว่าเด็กจะไม่รับประทานผักเลย เด็กจะเขี่ยผักออกทำให้เด็กปรับประทานอาหารได้น้อย เกิดขยะจากการทิ้งเศษอาหาร ที่สำคัญจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กเนื่องจากไม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน
วิธีการแก้ปัญหา
การที่ให้เด็กได้ม่าวนร่วมในการประกอบอาหารผักไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือโรงเรียน เป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับเด็ก และทำให้เด็กเห็นความสำคัญของการรับประทานผัก นำมาซึ่งความภาคภูมิใจทีทัศนคติที่ดีต่ออาหารผัก ซึ่งการแก้ปัญหาเด็กไม่ชอบรับประทานผัก คือ การให้เด็กปฏิบัติกิจกรรมประกอบอาหาร (Cooking)

วัตถุประสงค์
- วัตถุประสงค์
1. เพื่อปลูกฝังนิสัยให้เด็กชอบรับประทานผัก
2. เพื่อลดปัญหาการทิ้งเศษอาหารที่มีผักเป็นส่วนประกอบ
3. เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารจากการรับประทานผัก

ระเบียบวิธีวิจัย
- ขั้นตอนการดำเนินการ มีดังนี้
1. สังเกตพฤติกรรมเด็กก่อนปฏิบัติการ
2. ดำเนินการวิจัย โดยปฏิบัติการประกอบอาหารผัก (Cooking) ครั้งที่ 1 “สลัดผัก” ซึ่งให้เด็กปฏิบัติกิจกรรมเป็นกลุ่ม ครูสังเกตพฤติกรรมการรับประทานสลัดผัก และการรับประทานอาหารกลางวัน โดยเด็กคนใดรับประทานผักให้
3. ปฏิบัติครั้งที่ 2 “ผัดผักรวมมิตร” เด็กปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม ครูสังเกตพฤติกรรม โดยเด็กคนใดรับประทานผักให้
4. ปฏิบัติครั้งที่ 3 “ผักชุบแป้งทอด” เด็กปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม ครูสังเกตพฤติกรรมการรับประทาน เด็กคนใดรับประทานผักให้
5. นำผลการสังเกตพฤติกรรมทั้งก่อน-หลังปฏิบัติการ มาเปรียบเทียบดูว่าเด็กที่รับประทานผักมีจำนวนเพิ่มขึ้น และสังเกตการทิ้งเศษอาหารว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง

 

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
- เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ มีดังนี้
1. แบบสังเกตพฤติกรรมการรับประทานอาหารผักที่เด็กประกอบอาหาร (Cooking) ทั้งก่อนปฏิบัติการและหลังปฏิบัติการ
2. แบบสอบถามผู้ปกครอง เพื่อติดตามผลทั้งก่อนและหลังปฏิบัติการ

 

การวิเคราะห์ข้อมูล
- ผลการวิเคราะห์และสรุปผล
ผลของการให้เด็กมีส่วนร่วมในการประกอบอาหารนั้นส่งผลให้จำนวนเด็กที่รับประทานผักเพิ่มขึ้น และทำให้เด็กทุกคนมีทัศนคติที่ดีต่อการรับประทานผัก เด็กมีความสุขในการทำ กิจกรรม บางคนได้นำประสบการณ์เดิมจากบ้านมาใช้ ขยะจากการทิ้งเศษอาหารก็ลดน้อยลง เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วน

 

ข้อเสนอแนะ

- วิธีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ / สะท้อนผล
นำผลการวิจัยไปนำเสนอกับเพื่อนครู โดยขยายกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กอนุบาลในโรงเรียนทุกคน
การนำผลไปใช้
ผลการวิจัยที่ได้ครั้งนี้ ได้นำไปใช้กับเด็กอนุบาลในปีการศึกษา 2544-2545

 

ชื่อผู้เขียน
นางจีระนันท์ แก่นคำ , JEERANAN KAENKAM
ตำแหน่ง
อาจารย์ 1 ระดับ 4
วุฒิการศึกษา
ปริญญาตรี วิชาเอกการศึกษาปฐมวัย
สถานที่ติดต่อ
 
ประเภทงานวิจัย
เป็นการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหา และพัฒนาพฤติกรรมผู้เรียน จัดทำโดยครู
สถานที่
โรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

ข้อมูลเพิ่มเติม

กิจกรรมประกอบอาหารเป็นกิจกรรมที่เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เรียนรู้กระบวนการทำงาน โดยเริ่มตั้งแต่การวางแผน ลงมือปฏิบัติ ไปจนถึงการทำความสะอาดอุปกรณ์ เก็บอุปกรณ์ และสถานที่ ซึ่งกิจกรรมประกอบอาหารจะทำให้เด็กได้รับความรู้ เกิดความรู้สึกประสบผลสำเร็จกับกิจกรรมประกอบอาหารที่ทำ รวมทั้งปลูกฝังนิสัยในการรับประทานอาหารให้กับเด็ก

วัตถุประสงค์

1. เปิดโอกาสให้เด็กลงมือปฏิบัติด้วยตนเองโดยใช้ประสาทสัมผัส การรู้รส กลิ่น ของอาหาร

2. เพื่อให้เด็กพัฒนาการทางภาษา โดยการอภิปรายเกี่ยวกับการวางแผนร่วมกัน

3. เพื่อให้เด็กพัฒนาด้านสังคม โดยให้เรียนรู้กิจกรรม ร่วมทำงานเป็นกลุ่ม

4. เพื่อให้เด็กเรียนรู้ทักษะทางวิทยาศาสตร์ โดยให้เด็กเรียนรู้ว่าอาหารแต่ละชนิดหรือส่วยประกอบแต่ละชนิดได้มาจากอะไร รูปร่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ในขณะที่ทำกิจกรรมประกอบอาหาร

5. เพื่อส่งเสริมทักษะคณิตศาสตร์โดยการชั่ง ตวง วัดเครื่องปรุง เรียนรู้เรื่องปริมาณของอาหาร

6. เพื่อส่งเสริมสุขภาพความปลอดภัย

7. เพื่อให้เด็กเกิดความสนุกสนานจากการเห็นกระบวนการเปลี่ยนแปลง

8. สร้างทัศนคติที่ดีในการประกอบอาหาร รู้ขั้นตอนของการเตรียมอาหาร รู้มารยาทในการรับประทานอาหาร

9. เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ขั้นตอนในการสอน

กิจกรรมประกอบอาหาร มีขั้นตอนในการสอน 3 ขั้น คือ

 ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมงาน ผู้เลี้ยงดูเด็กควรลำดับขั้นตอนการประกอบอาหารแล้วทำแผนภูมิรายการอาหารหรือส่วนประกอบอาหารมีการปรึกษาหารือกันระหว่างผู้เลี้ยงดูเด็กกับเด็ก เกี่ยวกับเครื่องปรุง ส่วนประกอบ รวมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง

ขั้นที่ 2 ขั้นปฏิบัติการ แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ขั้นก่อนลงมือทำ และขั้นขณะประกอบอาหาร โดยในขั้นก่อนลงมือทำ ผู้เลี้ยงดูเด็กควรติดภาพขั้นตอนของการประกอบอาหาร มีการวางแผนแบ่งงานกันทำ ต่อจากนั้นผู้เลี้ยงดูเด็กวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งหมดให้เห็นและแนะนำขั้นตอนการทำและอุปกรณ์ ในส่วนของขั้นประกอบอาหาร ผู้เลี้ยงดูเด็กควรสาธิตวิธีการให้เด็กดูและสังเกตความเปลี่ยนแปลงของอาหารรวมทั้งปลูกฝังนิสัยการรอคอยและมารยาท ผู้เลี้ยงดูเด็กควรแบ่งหน้าที่ให้เด็กทุกคนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตัวของเด็กเอง

ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป ผู้เลี้ยงดูเด็กให้เด็กเล่าประสบการณ์ที่ได้รับจากการจัดกิจกรรม เล่าขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมด้านการสนทนากับเด็กรวมทั้งให้แสดงความคิดเห็นจากการร่วมกิจกรรม บทบาทของผู้เลี้ยงดูเด็ก ผู้เลี้ยงดูเด็กควรร่วมกับเด็กช่วยกันวางแผน หาข้อมูลว่ามีเด็กคนไหนแพ้อาหารใด และข้อมูลของครอบครัว เช่น ครอบครัวอิสลามไม่รับประทานหมู ในการจัดรายการอาหารก็ไม่ควรจะเป็นอาหารที่มีรสชาติจัดเกินไป เช่น เผ็ด เค็ม หวานเกินไป และควรจะมีปฎิสัมพันธ์ร่วมกันกับเด็ก

ข้อเสนอแนะ ในการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร ผู้เลี้ยงดูเด็กควรคำนึงถึงเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

1. ความสะอาด ความปลอดภัย ไม่เกิดอันตราย

2. เวลาที่ใช้ในการประกอบอาหารต้องไม่นานจนเกินไป เพราะจะทำให้เด็กเบื่อได้

3. หาสูตรอาหารง่าย ๆ มีขั้นตอนในการประกอบอาหารง่าย ๆ

4. ขณะที่ทำกิจกรรม ผู้เลี้ยงดูเด็กควรให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ให้คำแนะนำ

5. ฝึกสุขนิสัยให้กับเด็ก

6. ให้เด็กทุก ๆ คน ลงมือทำกิจกรรมด้วยตนเองพร้อม ๆ กัน

7. ควรใช้ข้าวของในท้องถิ่นในการประกอบอาหารหรือควรจะเป็นอาหารประจำท้องถิ่น ประเมินผล ในการจัดกิจกรรมประกอบอาหาร ผู้เลี้ยงดูเด็กต้องสังเกตการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของเด็กว่าเด็กลงมือกระทำตนเองหรือไม่ มีการร่วมมือกับเด็กอื่นหรือไม่

(ชุดการศึกษานอกโรงเรียน การเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย)