ชื่อเรื่อง  การพัฒนาการฟัง - พูด โดยใช้วิธีการสอนแบบสนองด้วยท่าทางระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3

ผู้ศึกษาค้นคว้า  นางสาวแรกขวัญ  ครองงาม
มหาวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปีที่พิมพ์ 2547
            สภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในปัจจุบัน เน้นการเรียนการสอนทักษะการอ่านและการเขียนก่อนทักษะการฟัง และการพูด ซึ่งไม่ได้พัฒนาทักษะตามลำดับขั้นที่ควรจะเป็น คือ พัฒนาทักษะการฟัง - พูด แล้วจึงพัฒนาทักษะอ่าน - เขียน การศึกษาค้นคว้าอิสระฉบับนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฎิบัติการแบบมีส่วนร่วม พัฒนาทักษะการฟัง - พูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านตะโนน จังหวัดสุรินทร์ โดยใช้วิธีการสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทาง ซึ่งมีวงจรปฎิบัติค้นคว้า 2 วงจร ดังนี้ วงจรที่ 1 ประกอบไปด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1-3 และวงจรที่ 2 ประกอบไปด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4-6 เพื่อปรับปรุงและพัฒนาทักษะฟัง - พูด ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานในการเรียนภาษาอังกฤษ ผู้ศึกษาค้นคว้าได้ทำการศึกษาค้นคว้า โดยมีผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า ได้แก่ ครูผู้สอนภาษาอังกฤษจำนวน 1 ท่าน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2546 จำนวน 33 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ คือ แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 6 แผน และแบบสังเกตพฤติกรรมและทักษะฟัง - พูด เทคนิคที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ การสังเกตแบบไม่มีโครงสร้างโดยการบันทึกวีดีโอ การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง และการสังเกตโดยผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า การวิเคราะห์ข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษาร่วมกับผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าการวิเคราะห์ข้อมูลจากเครื่องมือ เทคนิคการรวบรวมข้อมูล และการประเมินผล
                จากการตรวจผลจากการทำใบงาน (Worksheet) ของนักเรียน นำข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากแหล่งข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ โดยใช้เทคนิคสามเส้าแล้วรายงานผล โดยใช้การบรรยายตามรูปแบบการวิจัยเชิงปฎิบัติการ
           ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฎดังนี้
วงจรที่ 1  การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในขั้นปฎิบัติ พบว่า ด้านทักษะการฟัง - พูด ของนักเรียน 7-10 คน จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 33 คน ที่สามารถฟังและปฎิบัติหรือตอบคำถามได้บ้างแต่ต้องใช้เวลาในการคิด และทบทวนคำถามของครูก่อนที่จะตอบหรือปฎิบัติในสิ่งที่ครูพูด ส่วนด้านพฤติกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ นักเรียนส่วนใหญ่ไม่กล้าแสดงออกและไม่กล้าขอเป็นอาสาสมัครในการปฎิบัติกิจกรรมเพราะไม่มั่นใจและกลัวผิด เนื่องจากออกเสียงและจำคำศัพท์ไม่ได้ นักเรียนถนัดในกิจรรมที่ร่วมกันทำเป็นกลุ่มมากกว่าการปฎิบัติกิจกรรมเดียว และมีบางส่วนที่หยอกล้อกันบ้าง เนื่องจากผู้ศึกษาค้นคว้าดูแลไม่ทั่วถึง
วงจรที่ 2  ผู้ศึกษาค้นคว้าจัดกิจกรรม เพื่อให้นักเรียนออกเสียงและจำคำศัพท์ได้โดยใช้กิจกรรมเกม เพลงและการวาดภาพระบายสีในการออกเสียงและสอนคำศัพท์ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ สร้างความสนุกสนาน และดึงดูดใจของนักเรียนในการร่วมกินกรรม พบว่า จากการทำกิจกรรมดังกล่าวนักเรียนสามารถจดจำคำศัพท์ได้รวดเร็วและนานขึ้น รวมทั้งการออกเสียงคำศัพท์ได้ถูกต้องและชัดเจนมากขึ้นด้วย ส่วนปัญหาที่นักเรียนไม่กล้าแสดงออกนั้น ผู้ศึกษาค้นคว้าได้ดำเนินการแก้ไขโดยให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมมากขึ้นรวมทั้งฝึกและปฎิบัติให้บ่อยครั้งขึ้นเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออกอย่างเต็มที่ รวมทั้งการให้การเสริมแรงขณะปฎิบัติกิจกรรมการให้คำแนะนำ และแก้ไขข้อบกพร่องอย่างเป็นกันเองกับนักเรียน พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีความมั่นใจและอาสาในการปฎิบัติกิจกรรม ปัญหาอีกประการหนึ่งที่พบในวงจรที่ 1 คือ ผู้ศึกษาค้นคว้าดูแลนักเรียนไม่ทั่วถึง ดังนั้นผู้ศึกษาค้นคว้าได้ดำเนินการแก้ไข โดยการใช้วิธีการทำงานเป็นกลุ่ม ซึ่งให้นักเรียนคละเก่งและอ่อน เพื่อให้ช่วยเหลือกันขณะปฎิบัติกิจกรรม รวมทั้งตั้งเกณฑ์การให้คะแนนการร่วมมือปฎิบัติกิจกรรมในกลุ่ม พบว่า จากการใช้ข้อตกลงนี้นักเรียนแต่ละกลุ่มให้ความร่วมมือมากขึ้น
               ผลจากการตรวจใบงาน พบว่า นักเรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการฟังดีขึ้น เห็นได้จากมีนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมิน 23 คน ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน 10 คน จากนักเรียน 33 คน และจากแบบสังเกตพฤติกรรมและทักษะฟัง - พูด พบว่า มีนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเนิน 18 คน และไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน 15 คน จากจำนวนทั้งหมด 33 คน
               วิธีการสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทางเป็นวิธีการสอนที่เหมาะสมกับนักเรียนที่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษ อีกทั้งวิธีการสอนนี้เน้นที่ทักษะการฟัง เพราะทักษะการฟังเป็นตัวจักรสำคัญในการพัฒนาทักษะการพูด ซึ่งเป็นการสอนที่ไม่ฝืนหลักธรรมชาติของการสอนภาษา ในกิจกรรมนักเรียนได้ปฎิบัติตามตัวอย่างจากครูและอาสาสมัครทั้งหลาย ๆ ครั้ง ช่วยให้นักเรียนเกิดความมั่นใจในการพูดออกเสียงคำศัพท์ รูปประโยคและไม่อายที่จะแสดงออกในการร่วมกิจกรรมก่อให้เกิดความสนุกสนานซึ่งเป็นแรงจูงใจในการเรียนและมีเจตคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษ