บ่อเกิดของกฎหมายระหว่างประเทศ

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับระหว่างประเทศ

 

1.      กฎหมายระหว่างประเทศ เป็นกฎเกณฑ์ที่ใช้ปกครองความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลระหว่างประเทศ โดยเป็นที่มีข้อพิสูจน์ยืนยันได้หลายประการ แต่มีลักษณะแตกต่างจากภายใน เนื่องจากเกิดขึ้นในสังคมที่มีโครงสร้างต่างกันและมีพื้นฐานทางกฎหมายต่างกัน

2.      ในด้านเนื้อหาและรูปแบบระหว่างประเทศมีเนื้อหาซับซ้อน และหลากหลายมากในปัจจุบันเมื่อเทียบกับสมัยก่อน ซึ่งเกิดขึ้นก่อนจากหลักเกณฑ์ในรูปประเพณีระหว่างประเทศและได้รับการพัฒนาเสริมขึ้นด้วยกฎเกณฑ์ในรูปของสนธิสัญญา

3.      กฎหมายระหว่างประเทศในยุคใหม่มีวิวัฒนาการอย่างมากจากคริสต์ศตวรรษที่ 16  ซึ่งเริ่มเกิดรัฐชาติขึ้นในสังคมระหว่างประเทศ และพัฒนาไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่สิ้นสงครามโลกครั้งที่ 1 พร้อมกับการเกิดขึ้นของบุคคลระหว่างประเทศใหม่ ซึ่งได้แก่ องค์การระหว่างประเทศ

4.      กฎหมายระหว่างประเทศมีบ่อเกิดหลายประการ ทั้งที่เป็นบ่อเกิดหลักและบ่อเกิดลำดับรองตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 38 ของธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ และบ่อเกิดที่ได้รับการยอมรับในทางปฏิบัติกล่าวคือการกระทำฝ่ายเดียว

 

1.1          ความหมายและลักษณะของระหว่างประเทศ

1.       กฎหมายระหว่างประเทศหมายถึงกฎเกณฑ์ที่ใช้บังคับในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ระหว่างประเทศ ซึ่งในปัจจุบันนอกจากรัฐแล้วยังมีองค์การระหว่างประเทศอีกด้วย อีกทั้งยังมีเนื้อหาซึ่งเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองปัจเจกคนภายในรัฐต่างๆ ด้วย

2.       กฎหมายระหว่างประเทศเป็นกฎเกณฑ์ทางกฎหมาย แต่ระหว่างประเทศมีลักษณะที่แตกต่างจากภายในของรัฐ เนื่องจากโครงสร้างของสังคมและพื้นฐานทางกฎหมายของทั้งสองแบบแตกต่างกัน

3.       การยืนยันว่าระหว่างประเทศ เป็น อาจกระทำได้โดยอาศัยข้อพิสูจน์หลายประการ นอกจากนี้ไม่ว่านักนิติศาสตร์จะมีความเห็นแตกต่างกันอย่างไรก็ตามเกี่ยวกับคำอธิบายเรื่องสภาพบังคับ ของกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ในทางปฏิบัติแล้วปัจจัยที่สำคัญก็คือเจตนารมณ์ของรัฐต่างๆ และปัจจัยภายนอกอื่นๆ เช่น ผลประโยชน์ของประชาคมระหว่างประเทศ

 

1.1.1        ความหมายของระหว่างประเทศ

ความหมายของระหว่างประเทศว่ามีความหมายอย่างไร

ระหว่างประเทศหมายถึงและข้อบังคับทั้งปวงของสังคมระหว่างประเทศที่กำกับและควบคุมพฤติกรรมของบุคคลระหว่างประเทศให้อยู่ร่วมกันโดยสันติสุข

 

1.1.2        ลักษณะของระหว่างประเทศ

อธิบายลักษณะของระหว่างประเทศ

ระหว่างประเทศเป็นกฎเกณฑ์ทางที่มีสภาพบังคบ เช่นเดียวกับภายใน แต่แตกต่างจากกฎหมายภายในตรงที่สภาพบังคับอาจมีประสิทธิภาพน้อยกว่าเนื่องจากความแตกต่างของโครงสร้างของสังคมและพื้นฐานทางที่ต้องอาศัยความยินยอมของรัฐผู้อยู่ใต้บังคับของกฎหมายเป็นปัจจัยหลัก

 

1.2          วิวัฒนาการของระหว่างประเทศ

1.       กฎหมายระหว่างประเทศเริ่มเกิดขึ้นจากกฎเกณฑ์ที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ในรูปของจารีตประเพณีระหว่างประเทศซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องที่ต้องใช้เวลายาวนานในการก่อตัวขึ้น และถูกเสริมด้วยกฎเกณฑ์ที่เป็นลายลักษณ์อักษรโดยเฉพาะในรูปของสนธิสัญญา

2.       เนื้อหาสาระของกฎหมายระหว่างประเทศ มีวิวัฒนาการไปมากจากกฎเกณฑ์ที่เดิมมุ่งเน้นความสัมพันธ์เฉพาะระหว่างรัฐ โดยพัฒนาไปในทิศทางที่ครอบคลุมเรื่องต่างๆ รวมถึงที่เกี่ยวกับเอกชนด้วย

3.       จากศตวรรษที่ 16 ซึ่งเริ่มเกิดมี รัฐชาติขึ้นจนถึงสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 1 กฎหมายระหว่างประเทศเป็นกฎเกณฑ์ที่เน้นใช้ปกครองความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ

4.       จากสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 1 จนถึงปัจจุบัน กฎหมายระหว่างประเทศมีวิวัฒนาการไปอย่างมากมาย กล่าวคือ เกิดมีบุคคลในกฎหมายระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น อันได้แก่ องค์การระหว่างประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีความหลากหลายและซับซ้อนขึ้นกว่าในอดีต

 

1.2.1     วิวัฒนาการของกฎหมายระหว่างประเทศในด้านรูปแบบและเนื้อหา

วิวัฒนาการของกฎหมายระหว่างประเทศในด้านรูปแบบและเนื้อหาว่า มีความเป็นมาอย่างไร

กฎหมายระหว่างประเทศเริ่มเกิดขึ้นก่อนในรูปของจารีตประเพณี และมีพัฒนาการมาเสริมด้วยกฎเกณฑ์มาเป็นลายลักษณ์อักษร กล่าวคือ สนธิสัญญา ส่วนในด้านเนื้อหาก็วิวัฒนาการมาจากกฎเกณฑ์ที่ใช้เฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ เช่น กฎหมายภาคสงคราม มาครอบคลุมด้านอื่นๆ รวมทั้งที่ใช้สิทธิประโยชน์ต่อปัจเจกชนด้วย เช่น สิทธิมนุษยชน

 

1.2.2     วิวัฒนาการของกฎหมายระหว่างประเทศในเชิงประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์ของกฎหมายระหว่างประเทศยุคใหม่ มีความหมายอย่างไร

กฎหมายระหว่างประเทศยุคใหม่เริ่มขึ้นเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลขึ้น ในสังคมระหว่างประเทศราวคริสต์ศตวรรษที่ 16 แต่เป็นกฎเกณฑ์ที่จำกัดอยู่สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐเป็นส่วนใหญ่ หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อมีการจัดตั้งสันนิบาตชาติขึ้น กฎหมายระหว่างประเทศก็มีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วพร้อมกับการยอมรับบุคคลระหว่างประเทศประเภทใหม่ที่มิใช่รัฐซึ่งได้แก่ องค์การระหว่างประเทศ ซึ่งมีส่วนร่วมอย่างมากในการพัฒนากฎเกณฑ์ของกฎหมายระหว่างประเทศในสาขาต่างๆ

 

1.3       บ่อเกิดของกฎหมายระหว่างประเทศ

1.       บ่อเกิดของกฎหมายระหว่างประเทศมีหลายประการทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร กล่าวคือสนธิ สัญญา และที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งได้แก่ จารีตประเพณีระหว่างประเทศและหลักกฎหมายทั่วไป

2.       นอกจากนี้ยังมีบ่อเกิดซึ่ง มาตรา 38 ของธรรมนูญศาลสถิตยุติธรรมระหว่างประเทศบัญญัติว่าเป็นบ่อเกิดลำดับรอง กล่าวคือ แนวคำพิพากษาของศาลระหว่างประเทศและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย

3.       การกระทำฝ่ายเดียว เป็นอีกบ่อเกิดหนึ่งของกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เป็นบ่อเกิดที่มิได้ถูกระบุไว้ในมาตรา 38 ของธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

 

1.3.1     บ่อเกิดหลักของกฎหมายระหว่างประเทศ

ระบุบ่อเกิดหลักของกฎหมายระหว่างประเทศตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 38 ของธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศมีอะไรบ้าง

ตามมาตรา 38 ของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ บ่อเกิดหลักของกฎหมายระหว่างประเทศซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศต้องใช้ในการพิพากษาตัดสินคดี คือสนธิสัญญา จารีตประเพณีระหว่างประเทศ และหลักกฎหมายทั่วไป

 

องค์ประกอบของจารีตประเพณีระหว่างประเทศมีอะไรบ้าง

จารีตประเพณีระหว่างประเทศจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยองค์ประกอบ 2 ประการ ทางปฏิบัติของรัฐที่มีลักษณะซ้ำๆ กันแพร่หลาย และภายในช่วงระยะเวลาหนึ่งในฐานะองค์ประกอบทางวัตถุ และความเชื่อมั่นว่าจะต้องกระทำเพราะเป็นกฎหมาย ในฐานะองค์ประกอบทางจิตใจ

 

1.3.2     บ่อเกิดลำดับรองของกฎหมายระหว่างประเทศและบ่อเกิดที่มิได้บัญญัติไว้ในธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

บ่อเกิดลำดับรองของกฎหมายระหว่างประเทศมีอะไรบ้างและมีบทบาทอย่างไร

บ่อเกิดลำดับรองของกฎหมายระหว่างประเทศตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 38 ของธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศมี 2 ประการ กล่าวคือ แนวคำพิพากษาระหว่างประเทศ และทฤษฎีของผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งแม้จะมิได้เป็นบ่อเกิดของกฎหมายโดยตรง แต่ก็มีบทบาทอย่างมากในการระบุอธิบายรวมทั้งยืนยันเนื้อหาของกฎหมายระหว่างประเทศ

 

http://www.bestchum.com/files/41451_.doc