โรงรับจำนำ

                ธุรกิจโรงรับจำนำได้ก่อตั้งมานานแล้วโดยเอกชนกระทำกันเอง แต่เท่าที่ทำเป็นธุรกิจนั้นมีชาวจีนชื่อจีนฮง เป็นผู้ริเริ่มเมื่อปี พ..2409 โดยการดำเนินการในช่วงแรกไม่ต้องขออนุญาต ต่อมานายเล็ก โทณวนิก ได้ตั้งโรงรับจำนำชื่อฮั้วเส็ง นับเป็นโรงรับจำนำแห่งแรกของประเทศไทยที่ตั้งขึ้นถูกต้องตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ ร..114 โรงรับจำนำได้ชื่อว่าเป็นธนาคารของคนยากเพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย

                โรงรับจำนำในประเทศไทยแบ่งตามลักษณะของผู้ดำเนินการได้ 2 ประเภท ได้แก่

                                1. โรงรับจำนำที่ดำเนินการโดยเอกชน

                                    อาจอยู่ในรูปของธุรกิจแบบเอกชนคนเดียวเป็นเจ้าของหรือรูปของห้างหุ้นส่วน นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 เป็นต้นมา รัฐบาลไม่อนุญาตให้เอกชันจัดตั้งโรงรับจำนำได้อีก แต่โรงรับจำนำที่จัดตั้งขึ้นก่อนหน้านี้ให้ดำเนินการต่อไปจนกระทั่งปี พ.ศ.2532 ประชากรในเขตกรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลจึงได้มีการเปิดประมูลขออนุญาตประกอบกิจการโรงรับจำนำเพิ่มอีก 16 แห่ง

                                    การดำเนินการขอจัดตั้งโรงรับจำนำ ผู้ขอจัดตั้งต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

1.        มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี

2.        ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

3.        ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

4.        ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

5.        ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

6.        ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตั้งโรงรับจำนำ

7.        ไม่เคยมีพฤติกรรมอันมีลักษณะก่อกวนหรือมุ่งทำลายภาวะเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศ

                                2. โรงรับจำนำที่ดำเนินการโดยรัฐบาล

                                                 2.1 สถานธนานุเคราะห์ ตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2498 มีชื่อว่าโรงรับจำนำของรัฐ ต่อมาในปี พ.ศ.2520 เปลี่ยนชื่อเป็น สถานธนานุเคราะห์ เป็นโรงรับจำนำที่ดำเนินการโดยกรมประชาสงเคราะห์ ได้รับเงินทุนจากงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้

                                                2.2 สถานธนานุบาล เป็นโรงรับจำนำที่ดำเนินการโดยเทศบาล ได้รับเงินอุดหนุนเริ่มแรกจากกองทุนส่งเสริมการสุขาภิบาลและกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น สถานธนานุบาลมีฐานะเป็นเทศพาณิชย์ และสามารถดำเนินงานในต่างจังหวัดได้ด้วย

 

เปรียบเทียบโรงรับจำนำของเอกชนและของรัฐบาล

รัฐบาล

เอกชน

1.        วงเงินรับจำนำจำกัด

2.        ผู้จัดการเป็นผู้ตีราคาและรับผิดชอบของรับจำนำ รวมทั้งดูแลกิจการด้วย

3.        ขึ้นตอนพิจารณามีมาก

4.        คิดอุตราดอกเบี้ยต่ำ คิดตามชิ้น

5.        มีจุดขายรวมกันเพียง 184 แห่ง และส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัด

1.        วงเงินรับจำนำมากกว่าของรัฐบาล

2.        ผู้จัดการไม่มีหน้าที่ทางนี้เลย

 

3.        พิจารณาเป็นราย ขึ้นอยู่กับหลงจู้

4.        คิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า

5.        มีจุดขายอยู่ถึง 208 แห่ง และตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครทั้งหมด