พ่อ-ลูกโฉด! ลวงเด็ก 14 กักขังและรุมขืนใจ

                            จากการที่ข้าพเจ้าได้ศึกษาข่าวเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน   ข้าพเจ้าได้นำข่าวนี้ซึ่งเป็นข่าวที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่สังคมไทย ควรได้รับรู้และควรที่จะศึกษาเป็นอย่างมาก   เนื่องจากเนื้อหาของข่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั่นก็คือละเมิดสิทธิเด็กเพียงอายุแค่ 14  ปีซึ่งได้กระทำชำเราและลวงเด็กไปข่มขืน  มีการกักขัง หน่วงเหนี่ยวละเมิดสิทธิ เสรีภาพของความเป็นมนุษย์  เนื้อหาของข่าวน่าสนใจมากมีดังนี้ครับ

หัวข้อ : พ่อ-ลูกโฉด! ลวงเด็ก 14 กักขังและรุมขืนใจ

 

                                รวบสองพ่อลูกกามโฉดลวงด.ญ.14 ไปกักขังบำเรอกาม ผู้ปกครองตามหาจนพบแจ้งตำรวจบุกจับ 2 พ่อลูกอุบาทว์ และช่วยเหลือเหยื่อไว้ได้ สอบสวนให้การรับสารภาพ เผยเล่ห์กามเข้าไปตีสนิทแล้วให้เงิน 500 บาท พร้อมขอเบอร์โทรศัพท์

                               จากนั้นก็นัดจะพาไปซื้อทองและเสื้อผ้าใหม่ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็พาไปบังคับข่มขืนแล้วนำไปส่งบ้าน จากนั้นนัดเหยื่อไปเที่ยวอีกครั้งและพาไปขืนใจ และกักขังจนกระทั่งตำรวจตามมาช่วยไว้ได้

                               เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ม.ค. ที่ห้องประชุมสภ.เมืองลำพูน นายเชิดพงศ์ ฤทธิประศาสน์ ผวจ.ลำพูน พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา ผบก.ภ.ลำพูน แถลงข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ป่าซาง จ.ลำพูน จับกุมนายบุญหลง ทาดี อายุ 40 ปี และนายกิตติพงษ์ ทาดี อายุ 21 ปี บุตรชาย บ้านอยู่ต.นครเจดีย์ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน สองพ่อลูก ข้อหาร่วมกันข่มขืนและกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี

                               ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา นายบุญหลง และนายกิตติพงษ์ ได้ล่อลวงด.ญ.สวย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ที่ไปเที่ยวงานกีฬาที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยเข้าไปตีสนิทและขอเบอร์โทรศัพท์ของเด็ก เมื่อได้เบอร์โทร.แล้วได้จ่ายเงินให้ด.ญ.สวย 500 บาท จนเด็กหลงเชื่อไว้วางใจ ก่อนจากกัน 2 พ่อลูกได้นัดกับด.ญ.สวยว่าจะพาไปซื้อทองและเสื้อผ้าให้

                                ต่อมาวันที่ 30 ม.ค. สองพ่อลูกได้นัดด.ญ.สวยไปพบที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านนิคมอุตสาหกรรมลำพูน แล้วพาไปซื้อแหวนทองคำน้ำหนัก 1 สลึง เสื้อผ้า กางเกง และรองเท้า จากนั้นนายบุญหลงได้พูดโน้มน้าวชักจูงด.ญ.สวยไปที่หอพักแห่งหนึ่งที่ ต.เหมืองง่า อ.เมือง ลำพูน และร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราด.ญ.สวย จนสำเร็จความใคร่ ก่อนจะพากลับไปส่งที่บ้านที่อ.ป่าซาง

                                ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ก.พ. สองพ่อลูกล่อลวงให้ด.ญ.สวยมาหาที่หอพักอีก และพาไปเที่ยวในสถานบันเทิง ย่านบ้านสันป่าฝ้าย ม.4 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน หลังจากเที่ยวกันแล้วก็พาด.ญ.สวยมาที่หอพัก และผลัดเปลี่ยนกันข่มขืนอีก จากนั้นได้กักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ที่หอพัก และลงมือข่มขืนอีกหลายครั้ง

                                 จนกระทั่งวันเดียวกันนี้ ผู้ปกครองของด.ญ.สวยซึ่งออกติดตามหาตัวลูกสาวมาตลอด มาพบว่าลูกสาวถูก 2 พ่อลูกกักขังไว้ในหอพัก จึงเข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองลำพูนจึงร่วมกับสภ.ป่าซาง เข้าจับกุมตัว 2 พ่อลูกได้ในห้องพัก    และช่วยเหลือด.ญ.สวยออกมาได้ และส่งตัวนายบุญหลงและนายกิตติพงษ์ให้พ.ต.ต.จรัส สุทธกุล พนักงานสอบสวน สภ.ป่าซางดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันข่มขืนและกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และกักขังหน่วงเหนี่ยว ผู้ต้องหาทั้งสองได้รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

     ข่าวจาก  http://www.yenta4.com/webboard/2/1212866.html

                 

ความเห็นของข้าพเจ้า    

                 จะเห็นได้จากข่าวว่ามีการทำร้ายร่างกายเด็ก  โดยมีการกักขังหน่วงเหนี่ยวและกระทำชำเราเด็ก  ซึ่งเด็กมีอายุแค่เพียง  14  ปี  โดยที่สองพ่อลูกนั้นได้ทำร้ายร่างกายโดยการข่มขืน  กักขัง   ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ใดจะมาละเมิดมิได้จากเนื้อข่าวนั้น  มีการละเมิดทั้งสิทธิเสรีภาพ  ชีวิต  และร่างกายของเด็ก   รวมไปถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เป็นคุณค่าที่มีมาตั้งแต่กำเนิด  ดังนั้นแล้วเห็นได้ชัดเจนเลยว่าสองพ่อลูกนั่นได้กระทำการละเมิดความเป็นมนุษย์ของเด็กหญิงวัย 14  ปี  ดังนั้นแล้วสองพ่อลูกนั้นควรที่จะได้รับโทษอย่างหนักยิ่ง  

                 เดิมสังคมไทยมองว่าเด็กเป็นคนที่ไร้ความสามารถ  และไม่มีความเท่าเทียมกับผู้ใหญ่  ดังนั้นแล้วผู้ใหญ่ควรที่จะให้ความสำคัญกับเด็ก  ให้เด็กได้มีการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ  จากข่าวนั้นเด็กวัย  14  ปี  นัน้ควรที่จะได้รับการเยียวยา  ฟื้นฟูจิตใจ  และให้มีชีวิตดังเดิม  เพื่อที่จะทำให้เด้กมีคุณภาพชีวิตและเป็นคนที่มีคุณค่าในสังคมต่อไป  เพื่อที่จะทำให้ประเทศได้มีความก้าวหน้าและพัฒนาต่อไปในอนาคต

                 ดังนั้นแล้วผู้ใหญ่ควรให้ความเมตตาช่วยเหลือเด็ก  ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพ  ชีวิต  และร่างกาย  ควรให้เด็กได้มีการพัฒนาที่ดีต่อไปในอนาคต  อันซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนที่ควรดำรงและรักษาต่อไปเพื่อให้ประเทศได้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

นายพันรัตน์  ศรีสุวรรณ

เลขทะเบียน  5001510030   คณะนิติศาสตร์