ข้าพเจ้าเคยได้ยินการทำนายอนาคตเศรษฐกิจของประเทศไทยของนักวิชาการท่านหนึ่ง

เค้าได้ทำนายเหตุการณ์เกี่ยวกับเศรษฐกิจล่วงหน้าไว้ในหลายปีก่อน โดยได้ทำนายไว้ตั้งแต่ปี 2543

 แต่เมื่อข้าพเจ้าได้กลับมานั่งคิดอีกครั้งเกี่ยวกับคำทำนายนั้น   ก้รู้สึกว่าคำทำนายนั้นก็ยังมีความเป็นได้

ที่จะเกิดขึ้นจริงอยู่โดยสิ่งที่เขาได้พยากรณ์และทำนายไว้มีดังนี้

         

          ประเทศไทยจะต้องแตกเป็นประเทศใหม ่อีก 4 - 6 ประเทศ แน่นอน!

ทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ โดยสถานการณ์จะเริ่มชัดขึ้นในปี 2553

ซึ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GATTs จะเริ่มมีผลสมบูรณ์ การค้าเสรีจะมีผลสมบูรณ์

สินค้าเกษตรต่าง ๆ จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาในประ เทศไทยจำนวนมหาศาล

ในขณะที่เกษตรกรของไทยจะไม่กินส ินค้าเกษตรของไทยด้วยกัน

และสินค้าเกษตรของไทยก็จะขายไม ่ออกเนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว ่าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ

ประกอบกับการที่การพัฒนาการเกษตร ของไทยได้พัฒนาอย่างผิดทิศทาง

เป็นการพัฒนาแบบปลูกพืชเชิงเดี ่ยว ทำให้คนปลูกลำใยไทยก็จะปลูกแต ่ลำใย

จะกินข้าวก็ต้องซื้อข้าวเว ียดนามมากิน คนปลูกข้าวไทยก็ต้องไปซื ้อหอมกระเทียมจากจีนมากิน

คนปลูกหอม กระเทียมจะไม่ซื้อลำใยจากไทยแต ่จะไปซื้อจากเกาหลีมากิน

เป็นวงจรอย่างนี้ทำให้สินค ้าเกษตรของไทยขายไม่ได้

เพราะแม้แต่เกษตรกรไทยด้วยกันก ็ยังไม่ซื้อของเกษตรไทยด้วยก ันมากิน

เนื่องจาก สินค้าของต่างประเทศมีต้นทุนถ ูกกว่าสินค้าเกษตรของไทยมีต้นท ุนที่สูงกว่า

เพราะใช้ปัจจัยการผลิตปุ๊ยของต ่างประเทศ พันธุ์พืชก็ต้องนำเข้าจากต ่างประเทศ

เนื่องจากในอีก 10 ปีข้างหน้าพันธุกรรมท้องถิ่นจะถ ูกทำลายจาก GMOs

และเมื่อเกษตรกรไทยซึ่งเป็นคนส ่วนใหญ่ร้อยละ 80 ของประเทศอยู่ไม่ได้

วิกฤตที่มหาโหดสุดก็จะเกิดขึ้นก ับประเทศไทย รัฐบาลไทยจะไม่มีปัญญาที่จะแก ้ไขปัญหาได้

เพราะมาตรการทางการเงินก็จะใช ้ไม่ได้ เนื่องจากธนาคารไทยกลายเป็นของต ่างประเทศหมดแล้ว

ไฟฟ้าก็แพงขึ้น น้ำมันก็แพงขึ้น โทรศัพท์แพงขึ้นเนื่องจากวิสาหก ิจเหล่านี้กลายเป็นของต่างชาต ิหมดแล้ว

เขาสามารถตั้งราคา ได้ตามใจชอบถ้ารัฐบาลไปขอให ้ลดราคาก็จะได้รับคำตอบว่า เขาจะไม่มีกำไร

ธุรกิจจะอยู่ได้ด้วยกำไรเท่านั้น ถ้าเขาไม่มีกำไรเขาก็จะตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดโทรศัพท์

คุณเลือกเอาว่าจะยอมจ่ายในราคาท ี่แพงหรือว่าจะยอมไม่มีใช้

ดังนั้น รัฐบาลในอนาคตจะได้แต่นั ่งทำตาปริบ ๆ ๆ เมื่อเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้

การขายที่ดินราคาถูก ๆ และจำนวนมหาศาลจะตามมา คนที่มีกำลังซื้อก็คือชาวต ่างชาติ

ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏแล้วว่าที่ด ินบริเวณภาคตะวันออกได้ถูกต ่างชาติกว้านซื้อไปเป็นจำนวนมากแ ล้ว

เกษตรกรไทยที่ขายที่ดินได้ ก็ไม่ามารถนำเงินที่ได้ไปลงท ุนให้เกิดรายได้ได้

เพราะธุรกิจอื่นได้ตกอยู่ในกำม ือของต่างชาติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีกก็ตกอยู ่ในมือของ Big C, Lotus,

Carrefour,ธุรกิจอาหารก็ตกอยู่ในมือของ KFC, Pizzahat, McDonal,สิ่งทอเสื้อผ้าก็ของพวกฝรั่งเศส ฯลฯ

ดังนั้น เงินตราของไทยก็มีแต่จะถูกดูดออก เหมือนกับคนที่เลือดไหลไม่หยุด...

เมื่อคนจนอยู่ไม่ได้...รัฐจะอยู่ได้ฤา ?


          ข้าพเจ้าคิดว่าเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ในคำทำนายเริ่มที่จะปรากฎให้เห็นบ้างแล้ว  

ทำให้ข้าพเจ้าอดคิดไม่ได้ว่า  ถ้าสมมติคำทำนายเกิดเป็นจริงทั้งหมดขึ้นมา  ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร

มันคงไม่ต่างอะไรกับประเทศที่รอวันล้มละลาย  และถูกต่างชาติครอบครองเกือบครึ่งค่อนประเทศ

เราในฐานะคนไทยจะรอให้ถึงวันนั้นหรือ  


          การเกษตรไทยที่ค่อนข้างเป็นจุดเด่นของประเทศกลับกายเป็นจุดอ่อนของประเทศ

เพราะด้วยการที่ขาดการวางแผนในระยะยาว  เน้นแต่จะปลูกเพื่อทำกำไร  สินค้าเกษตรชนิดไหนที่ได้รับความนิยม

เกษตรกรก็จะพากันแห่กันไปปลูกเพื่อหวังที่จะได้เงินมาใช้ในปีนั้นๆ   ซึ่งจริงๆแล้ว  สินค้่าเกษตรนั้นต้องใช้เวลามาก

กว่าที่จะได้ผลผลิต  เพราะต้องอาศัยการปลุก  เลี้ยง  กว่าที่จะออกดอก  ออกผล  ซึ่งถ้ายังปลุกเชิงเดี่ยวแบบนี้

เมื่อใดที่ต้องการจะเปลี่ยนชนิดสินค้า  ก็ไม่สามารถจะเปลี่ยนได้ทันทีเหมือนสินค้าอื่นๆ  ทางด้านเกษตรกรจึงจำเป็นต้อง

และพัฒนาให้รอบคอบมากกว่านี้ 

   

          ส่วนประเด็นที่ึคนไทยจะไม่ซื้อสินค้าไทยนั้น  ก็อาจจะฟังดูเกินกว่าเหตุไปนิดนึง  แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถ

เกิดขึ้นจริงได้  เพราะถ้าต้นทุนการสร้างผลผลิตของไทยสูงกว่าต่างประเทศแล้ว  ประกอบกับการที่ไทยไปทำ  FTA 

กับต่างชาติในหลายๆประเทศแล้ว  ย่อมอาจเกิดปัญหานั้นได้จริง   เพราะ  คู่แข่งของเราจะเยอะขึ้น 

ผู้บริโภคก็จะมีสิทธิ์เลือกสินค้าที่ตัวเองพอใจ  และใครจะยอมซื้อสินค้าที่แพงกว่า!!!


          ส่วนทางด้านการเงินนั้น  จะเห็นได้ว่ามีหลายๆประเทศที่กำลังจะมาเปิดกิจการธนาคารในประเทศไทย 

เพราะเขาต้องการให้นักลงทุนของประเทศเขามีแหล่งเงินทุนของประเทศตัวเอง  จะได้ไม่ต้องเสียเงินออกนอกประเทศ

ถึงแม้จะลงทุนในไทยก็ตาม  และเชื่อว่าวิธีนี้น่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นในอนาคต   ซึ่งก็จะทำให้ระบบการธนาคารของไทย

อ่อนแอ   ธนาคารกลางจะไม่สามารถควบคุมการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพส่งผลให้

การเงินประเทศไทยตกต่ำและอาจนำพาไปสู่วิกฤติการเงินขั้นรุนแรงอีกครั้ง


          ส่วนธุรกิจค้าปลีก  หรือร้านโชว์ห่วยต่างๆของไทยก็ถูกธุรกิจต่างชาติทำลายเรียบร้อยไปนานแล้ว

เงินที่ถูกจับจ่ายใช้สอย  ก็ไปกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มองค์กรเพียงไม่กี่องค์กร  ขาดการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม

คนในระดับรากหญ้าก็ไม่มีรายได้หมุนเวียนเข้่ามา  คงมีแต่รายจ่ายที่จะต้องมอบให้กับองค์กรต่างชาติเป็นรายวัน

แล้วประเทศจะเจริยได้อย่างไีร   ในเมื่อรายได้ของคนทั้งประเทสถูกดูดออกไปจากประเทสทั้งหมด 

ทำเงินเท่าไหร่ห็ถูกนำออกไปเท่านั้น   แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาคอยพัฒนาปรับปรุงประเทศให้เจริญตามอารยประเทศได้


          อาจจะสายไปแล้วที่จะเหตุการณ์ในคำทำนายทังหมด  แต่ก็ยังมีบางเหตุการณ์ที่เราจะสามารถป้องกัน

ไม่ให้มันเกิดขึ้นได้  หรืออย่างน้อยก็ยังสามารถลดความรุนแรงของหัญหาได้  และคงไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลเพียงผู้เดียว

แต่มันเป็นหน้าที่ของคนไทยทั้งชาติ  ที่จำเป็นจะต้องเอาจริงเอาจังกับปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น  แตารัฐบาลในฐานะผู้นำ

จำเป็นจะต้องเล็งเห็นถึงปัญหา  และชี้นำแนวทางให้ประชาชนเดินไปในทิศทางเดียวกัน  เพื่อลบล้างคำทำนาย

ที่ดูจะสุดขั้วและมองโลกในแง่ร้ายที่คล้ายกับความเป็นจริงให้ได้



นายอนันดา  หาญพินิจนนท์


4804610212